สิวหายขาดได้ ต้องตัดสินใจ “รับสิวขับพิษ”!!!

#ตัดสินใจจบสิวเรื้อรังกับบทความนี้

แม้คุณจะมีอดีตฝังใจกับ #สิวขับพิษ และกลัวมันมากแค่ไหน
แต่วันนี้ คุณได้รู้วิธีรับมือและผ่านมันไปได้อย่างถูกต้อง
จากคนที่เคยเดินเส้นทางนี้มาก่อนและทำสำเร็จแล้วจริงๆ
คุณจะต้องกลัวอะไร???
.
สิ่งที่ขัดขวางตัวคุณกับความสุขและความสำเร็จในชีวิตคืออะไร?
.
.
.
เอาเข้าจริง ๆ แล้ว มันก็คือ สิวและผิวที่อ่อนแอ
ที่ทำให้เราต้องคอยปิดบังใบหน้าแท้จริง
ที่ทำให้เราต้องคอยปิดบังศักยภาพที่แท้จริง
ที่ทำให้เราต้องแต่งหน้ากลบด้วยรองพื้นทุกวัน
.
คุณกล้าพอไหม…
ที่จะ “ยอมรับความจริง”
ยอมรับทุกสิ่งที่คุณกำลังเป็นตามจริง
.
ปัญหาสิว สะท้อน “ความยุ่งเหยิงในชีวิต” ทั้งหมด
ก้าวแรกที่คุณจะต้องทำ คือ ยอมรับสถานะปัจจุบัน
ยอมรับความจริงที่แสนเจ็บปวด…
.
ความเจ็บปวดนั้น จะยังคงดำเนินไป ถ้าคุณยังไม่ทำอะไร
และมันจะยิ่งทำให้ชีวิตจมดิ่งในความทุกข์ สิ้นหวัง ทรมาน
ยิ่งนาน ยิ่งกร่อนชีวิต ความสัมพันธ์ ความฝัน หัวใจของคุณ
ยิ่งนาน ยิ่งเฉา ยิ่งเหี่ยว ยิ่งหมดแรง…
.
ถ้าเปรียบปัญหาสิวเป็นเหมือน … ฟันคุด
แล้วเรากลัวที่จะไปผ่ามันออก
ปล่อยมันไปเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งเจ็บปวดแทบทนไม่ไหว…
เมื่อเราได้เจ็บแบบสุด ๆ แล้ว “ตัดสินใจ” ถอนมันทิ้งในทันที
นั่นแหละ คือ จุดที่ “ความเจ็บทั้งปวง” จะหายไปในที่สุด
.
สิวเรื้อรัง ผิวอ่อนแอ เรื้อรังก็เหมือนกันค่ะ
มันไม่ได้ทำให้คุณเจ็บปวดปางตายเสียทีเดียว
แต่มันกัดกร่อนชีวิตอย่างสะสม…ยาวนาน
ไม่ได้กัดแค่ผิวหนัง แต่คือ ความฝัน ความหวัง
รอยยิ้ม ความสุข ที่เราไม่อนุญาตให้ตัวเอง
ไปเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด…
.
ถ้าการที่จะปล่อยให้มันขับพิษสุด ๆ
แล้วจบไปทีเดียว…เหมือนหายปวดฟันคุด
ด้วยการรับมืออย่างถูกวิธีทั้งวิธีคิดและวิธีทำ
.
มันจะมีเหตุผลอะไร
ที่จะยับยั้งคุณกับ “ความฝันทั้งหมด”
ที่จะยับยั้งคุณกับ “ความสุขทั้งหมด”
ที่จะยับยั้งคุณกับ “อนาคตที่ดีทั้งหมด”
.
ตัดสินใจที่จะจบสิวเรื้อรัง
นั่นคือ…ขั้นตอนที่สำคัญยิ่งกว่า
การแสวงหา “ครีมและรีวิวใด ๆ” ค่ะ
.
ตัดสินใจ…#ปิดบัญชีสิวเรื้อรัง
เพื่อชีวิตทั้งชีวิตที่จะกลับมาสดใส…ของคุณเอง…
.
ผีเสื้อทุกตัวต้องผ่านการเป็นดักแด้อันไม่น่ารักฉันใด
คนเป็นสิวเรื้อรังจะดูดีขึ้นได้…
ก็ต่อเมื่อผ่านภาวะสิวขับพิษไปแล้วฉันนั้น
.
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน
เดินผ่านมันไปได้อย่างเข้มแข็งนะคะ
.
จบ…มัน…ซะที
ชีวิตของคุณ…คุณเลือกได้เสมอ
และจำไว้ว่า…คนเคยเป็นสิวเรื้อรังเท่านั้น
ที่จะเข้าใจและนำทางคนเป็นสิวเรื้อรังด้วยกันได้แท้จริง…
.
ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
http://acnefree101.blog/aboutbeam

———————————
www.beamsecret.com
#ปิดบัญชีสิวเรื้อรัง360องศา
#ผิวดีเริ่มได้ที่บ้าน
#สิวหายผิวใสในราคาเบาๆ
.
สอบถาม / สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ / ปรึกษาการเลือกผลิตภัณฑ์
Line@ : http://line.me/ti/p/@siwsecretshop
.
อยากหายจากสิวจริงจัง >>> พบกับบีมใน Live สดตอบคำถาม / อัพเดทต่าง ๆ ได้ในกลุ่มปิดเท่านั้น คลิกลิงค์นี้เพื่อเข้าร่วมกลุ่มนะคะ
https://www.facebook.com/groups/beamsecret.reset
.
ปรึกษาบีม คลิกดูรายละเอียดที่
http://bit.ly/2Q99zvj
.
#บีมซีเคร็ต

#สิวจะหายขาดแค่ทำกายและจิตให้สะอาด (เท่านั้นเอง)

#สิวจะหายแค่ทำกายและจิตให้สะอาด (เท่านั้นเอง)

สิว สะท้อน ความสกปรก
ความสกปรกในกาย
ความสกปรกในจิต
ทั้งที่เรา “รู้ตัว” และ “ไม่รู้ตัว”
ที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน

เป็นสิวมาก ก็คือ สกปรกมาก
เป็นสิวน้อย ก็คือ สกปรกน้อย

แต่เป็นสิว ก็คือ สกปรก

การจะรักษาสิวให้หายขาด
เพียงแค่ทำขั้วตรงข้าม
ต้องทำให้ “กายและจิต” ให้สะอาด

ของสกปรกใน “กาย”
เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ต้องรู้จักวิธีชำระล้างของเก่าตกค้างให้หมดจด
ไม่เอาของสกปรกและภาระเข้าไปใหม่

ของสกปรกสำหรับกาย
คือ ของกินที่ร่างกายไม่ต้องการ
ของที่กินไปแล้ว ย่อยไม่ได้
ของที่กินไปแล้ว ร่างกายไม่รู้จัก
ย่อยไม่ได้ ดูดซึมไม่ได้ เหลือตกค้าง
เป็นพิษหมุนเวียนในกาย

ของสกปรกสำหรับกาย
คือ อากาศ น้ำ มลภาวะ ที่เป็นพิษ
เข้าไปแล้ว ไปทำลายเซลล์ให้อ่อนแอ
เข้าไปแล้ว ไปทำลายภูมิคุ้มกันให้อ่อนแอ
เป็นพิษหมุนเวียนในกาย
สะสมในตับ ในเลือด ในน้ำเหลือง
อุดตัน จนก่อให้เกิดเป็นสิวผลักออกมา

ของสกปรกใน “จิต”
เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ต้องรู้จักวิธีชำระล้างของเก่าตกค้างให้หมดจด
ไม่เอาของสกปรกและภาระเข้าไปใหม่

ของสกปรกสำหรับจิต
คือ กิเลส ทั้งสามตัว โลภ โกรธ หลง
คือ ความคิดปรุงแต่งทางลบทั้งหลาย
คือ ความรู้สึกตกค้างทางลบทั้งหลาย
ความยึดติด ความไม่ปล่อยวาง

ความสกปรกที่ “สะสม” ในกายและจิต
จะทำให้ชีวิตที่เกิดมาก็ดีอยู่แล้วตามธรรมชาติ
วุ่นวาย สับสน ยุ่งเหยิง ผิดธรรมชาติ
ตกอยู่ในวังวนแห่งทุกข์
ผลคือ เป็นสิวไม่จบสิ้น…

การที่สิวจะหาย
จึงต้องทำควบคู่กันไป
ระหว่างการ “กำจัดของเสียเก่า” ให้หมดจดไป
และ “ไม่รับของก่อของเสียใหม่” เข้ามาเพิ่ม

อาวุธ สำคัญที่ธรรมชาติให้มา
เพื่อต่อสู้และปกป้องกายและใจจาก “ความสกปรก”
ที่ประเดประดังเข้ามาทักทายทุกวัน
คือ สติ + ลมหายใจ

เพื่อเป้าหมายสุดท้าย คือ ความสะอาด
แห่ง “กาย” และ “จิต”

เมื่อเราขัดเกลาตัวเองให้ “สะอาด” ได้แล้ว
สิวก็หาย … แค่นั้นเอง

สิว เป็น ผล
พฤติกรรม เป็น เหตุ

จะแก้ “สิว”
ต้องแก้ที่ “พฤติกรรม”

ต้องปรับตัวเองให้มี “พฤติกรรมสะอาด” เท่านั้น…
ก็จะ “หายขาด” ได้จริง ๆ

ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
#อาสาฬหบูชา๒๕๖๑

หนทางหลุดพ้นจากปัญหาสิวตลอดกาล
http://acnefree101.blog

เราเป็น “ผู้รับใช้” ของกายนี้

#เราเป็นผู้รับใช้ของกายนี้

You’re the servant of your body. – Dr. Jacob Vadakkanchery –

วิธีคิดอีกรูปแบบหนึ่งที่เป็น “อุปสรรค” ต่อ “สิวหาย” เพราะไม่สามารถก้าวข้ามผ่าน “พฤติกรรมที่ทำให้ตัวเองเป็นสิว” ได้ ก็คือ คิดว่า “ตัวเองเป็นเจ้าของร่างกายตัวเอง”

การที่เรามีวิธีคิดแบบตั้งอยู่บนพื้นฐานความเห็นผิดคือ “ตัวกู ของกู” มันส่งผลถึงวิธีที่เรามองร่างกายนี้ ว่าเป็น “ของเรา” เราจะ “ทำยังไงก็ได้” กับกายนี้

และส่วนใหญ่ก็มักจะทำไปตาม “กิเลสด้านลบ” ของเรา และทำให้ชีวิตติดลบอยู่เรื่อย ๆ หรืออย่างมากก็ทรง ๆ เพราะ ไม่สามารถเอาชนะกิเลสลบได้สักที เหมือนคนเมา ก้าวหน้า 3 ก้าวหลัง 2

จึงมีพุทธสุภาษิตสำคัญที่สอนไว้ว่า “ชนะอะไรก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่าชนะใจตนเอง”

การที่เราเป็นสิวชนิดเรื้อรังก็เช่นกัน ที่ถ้าเรามาวิเคราะห์กันจริง ๆ แล้ว สาเหตุของสิวประเภทนี้เกิดจากพฤติกรรมที่ทำซ้ำ ๆ จนเป็นนิสัย แต่เจ้าตัวไม่รู้ว่าสิ่งทีตัวทำอยู่เป็นประจำนั้นแหละเป็นสาเหตุของสิว คิดว่าเป็นปกติของชีวิต ใคร ๆ ก็ทำกัน แล้วทำไมตัวเราจึงเป็นสิวได้?

การที่เราเป็นสิว แต่คนอื่นไม่เป็น บีมได้คำตอบจากคุณหมอเกด แพทย์แผนไทย พัชริดา แก้วประภา ตั้งแต่วันที่ได้รู้ธาตุเจ้าเรือนและผลการอ่านธาตุเจ้าเรือนของตัวเองที่รอบนี้หมอเกดฝึกฝนวิชามามาก และคำนวณธาตุได้ตรงมาก ขอให้ทุกคนที่สนใจไปย้อนดูได้ที่ 2 ข้อมูลนี้ค่ะ จะทำให้เข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น

1. คลิปวิดีโอ Dtox & เปลี่ยนจิต ด้วยโยคะหัวเราะ & วิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือน by หมอเกด https://www.facebook.com/HolisticAcademyTH/videos/2237685639605481/?t=0

2. บทวิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือนของบีม https://bit.ly/2HFg8Rm

และหลังจากที่มีแฟนเพจเข้าไปขอรับการคำนวณธาตุหลัง Live รอบนั้น บีมก็ได้รับฟีดแบ็คว่า มีความแม่นยำมากจริง และสามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาสุขภาพกายและจิตของตัวเองได้ตรงจุดมากขึ้น ทุกคนที่ปรึกษาคุณหมอ รู้สึกดีใจที่ได้พบ “ต้นตอ” ของปัญหาแท้จริงของตัวเองและวิธีที่ถูกต้องในการดูแลตัวเองตามธาตุเจ้าเรือนอันเป็นธรรมชาติของตัวเองค่ะ

หลังจากนั้น คุณหมอได้อัพเดทบีมว่า กลุ่มแฟนเพจของบีมที่มาปรึกษา มีปัญหาในส่วนของ “ตับ ลำไส้ เลือด” เป็นหลัก ซึ่งตรงมากกับข้อมูลที่บีมได้ทดลองและสังเกตตัวเอง และสังเกตเคสทุกเคสที่มาปรึกษาตลอด 9 ปีของการทำงานด้านสิว

และบีมก็สังเกตบีมและสามี ซึ่งเป็นคนไม่เป็นสิวเลย แต่ถ้ากินของที่ทำให้บีมเป็นสิว มีพฤติกรรมที่ทำให้บีมเป็นสิว เขาจะมีปัญหาผิวหนังอักเสบ แดง ลอกเป็นขุย เป็นแผ่น มีปัญหาลงพุง เพลีย เหนื่อย ความจำไม่ดี ในช่วงนั้น ๆ ค่ะ และถ้ากินอะไรที่เกี่ยวกับการดีท็อกซ์ จะไม่เป็นสิวเลย มีสิวขับพิษน้อยมาก ๆ เม็ดสองเม็ด ไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็หาย

และบีมสังเกตเคสมากมายที่เป็นทีมงานของพี่แม็ค ซึ่งทำบริษัทเครือข่ายกันอยู่ เป็นสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม บีมเป็นที่ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ค่ะ ถ้าเขาต้องการความช่วยเหลือ ก็จะมาสอบถามเป็นเคสๆไป ซึ่งจะเป็นกลุ่มคนที่ “ไม่มีปัญหาสิว” เป็นหลักค่ะ เขากินอาหารเสริมตัวเดียวกันกับลูกค้าบีม แต่จะไม่เป็นสิวกันเลย คือ ร่างกายมันจะไม่มีสิวขับพิษเลย กินแล้ว มีช่วงปรับตัวนิดหน่อย 7-14 วัน หลังจากนั้นก็ดีไปเลย แต่ถ้าลูกค้าบีมกินตัวเดียวกันนี้ (มีสรรพคุณล้างไขมัน) จะมีสิวขับพิษขึ้น 100% ในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 ค่ะ พีคสุด ๆ สัปดาห์ที่ 2 ถ้าดูแลตัวเองได้ดี สิวขับพิษจะค่อย ๆ หายไปในสัปดาห์ที่ 4

ทำให้บีมได้เรียนรู้และได้ข้อสรุปว่า ถ้าคนที่มีปัญหาสิวเป็นประจำ ร่างกายจะมีจุดอ่อนของระบบ “ตับ ลำไส้ เลือด” ส่งผลให้ “น้ำเหลืองเสีย” หรือ มีภาวะ “พิษคั่ง” “ภูมิคุ้มกันต่ำ” นั่นเองค่ะ เป็นจุดที่ต่างกับคนที่ไม่เป็นสิว

คุณเข้าใจแล้วใช่ไหมคะว่าทำไมคุณจึงเป็นสิว ทั้งที่คนอื่น ๆ ก็มีพฤติกรรมแบบที่คุณทำ แต่ยังหน้าใส ผิวใส แต่ถ้าชีวิตเขารับพิษเหมือนที่เราทำ อย่างไรก็ตามจะมีการสะสมของพิษ ไปแสดงที่ “จุดอ่อน” อื่นของเขาแทนค่ะ มันไม่ออกมาเป็นสิว แต่จะเป็นอย่างอื่นๆ สุขภาพไม่ได้ดี 100% ถ้าคุณไม่เชื่อ ลองเอาปัญหาตัวเองออกไปก่อน แล้วลองมองคนอื่นให้เต็มตาเต็มใจ สังเกตดี ๆ ว่า คนรอบตัวคุณที่ไม่เป็นสิวนั้น เขามีความเจ็บป่วยอะไรเป็นประจำ แล้วคุณจะพบว่า แต่ละคนมี “จุดอ่อนทางสุขภาพ” แตกต่างกัน แสดงออกกันคนละที่เท่านั้นเอง ซึ่งจุดอ่อนของคนเป็นสิวคือ 3 จุดดังกล่าวนั่นเองค่ะ

บีมคิดว่า ถึงตรงนี้ คุณจะเข้าใจและยอมรับได้โดยดุษฎีแล้วนะคะว่า คุณเป็นสิวเพราะอะไร?

เมื่อคุณเข้าใจแล้ว สิ่งที่คุณจะต้องปรับ เป็นจุดที่สำคัญมาก ๆ คือ วิธีคิดเรื่อง “ร่างกายของกู” ที่จะต้องกำจัดออกไปให้ได้ เพราะนั่นคือ มิจฉาทิฐิ (ความเห็นผิด) ชนิดเป็นต้นตอของทุกปัญหาในชีวิตเลยค่ะ

และจุดนี้ คือ จุดที่ยากที่สุดของคนในการพัฒนาตัวเอง เพราะ คนเรานั้น ที่เกิดมาล้วนยึดติดกับ “ความเป็นกู” จึงได้เกิดมาค่ะ งานรักษาสิวชนิดเรื้อรัง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเม็ดสิว ที่จะมาทายา กินยา กินอาหารเสริม แล้วจะหวังให้มันหายขาด มันเป็นเรื่องของการ “ถอนรากกู” ออกไปอย่างหมดจดค่ะ พัฒนาความรักในหัวใจ เมตตาร่างกายนี้ และมองเห็น “ความทุกข์” ของคนอื่นมากกว่าของตัวเอง จนความทุกข์ของตัวเองน้อยลง ๆ ๆ ๆ จนเราสามารถ “ปล่อยวาง” จิตที่เป็นทุกข์ของเราเรื่องสิวได้หมดจด และทำในสิ่งที่ “ธรรมชาติกำหนดไว้” สิวชนิดนี้จะหายไปในที่สุด เพราะ จิตที่ปลดปล่อยเป็นอิสระจาก “กู” ได้นั่นเอง

บีมเก็ตเรื่องนี้และนำหลัก “เราเป็นทาสรับใช้ร่างกาย” จาก ดร. จาค็อป วาดักกันเชรี นักธรรมชาติบำบัด ผู้ก่อตั้ง http://naturelifeinternational.com ช่วงที่ท่านได้มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ผู้ปกครองที่โรงเรียนเกษมศาสน์ ที่ลูก ๆ ของบีมเรียนอยู่เรื่องการดูแลเด็กด้วยหลักธรรมชาติบำบัด

ซึ่งหลังจากนั้นมา ก็ทำให้บีม ตัดความรู้สึก “ชอบเนื้อสัตว์” ได้อย่างเด็ดขาด และ จะฟังจังหวะและเสียงที่ร่างกายส่งมาให้มากขึ้น ๆ ทำให้เราละเอียดอ่อนต่อความเปลี่ยนแปลงของร่างกายมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเป็นทักษะที่บีมได้เพิ่มพูนให้กับตัวเอง ส่งผลดีคือ บีมจะรู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของพลังงาน ธาตุร่างกาย กินอะไร ส่งผลอะไร ทาอะไร ส่งผลอะไร ได้รวดเร็วมาก และร่างกายจะตอบสนอง บอกบีมได้รวดเร็วว่า สิ่งนี้ ร่างกายต้องการหรือไม่ต้องการ

มันเป็นเหมือน “ทักษะดูแลร่างกาย” ที่แข็งแรงขึ้น เราดูแลเขาเหมือนเพื่อน เพื่อนชอบหรือไม่ชอบอะไร เราก็ต้องฟัง เราต้องตาม ต้องเป็นผู้รับใช้เขาเลยล่ะค่ะ ถ้าเราทำได้ เราจะสามารถตอบสนองเขาได้ตรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และผลดีที่เกิดขึ้นจะทำให้เราไม่อยากทำอะไรที่ทำร้ายเขาอีกเลย ทำเมื่อไหร่ จะรู้สึกผิด แล้วมันทำให้เราไม่อยากทำอีก เหมือนละอายแก่ใจ ทั้งที่รู้ว่า ทำแล้วร่างแย่แน่ๆ แล้วยังทำ จะเป็นเกราะคุ้มกันให้เราเดินไปถูกทางเรื่อย ๆ และได้ผลดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ เมื่อทำประกอบกับการภาวนา วิปัสสนาจิตใจค่ะ

ถ้าคุณยังเห็นว่า “ตัวกู” และ “ทุกข์ของกู” ใหญ่อยู่ ให้ดูจากต่อไปนี้ค่ะ (เป็นภาพจากเว็บนาซ่า)

1. โลก “ใหญ่” แค่ไหนในระบบสุริยจักรวาล ? และคุณ “เล็ก” กว่าโลกมากแค่ไหน?

planet sizes
โลกที่กว้าง ที่เราคิดว่าใหญ่แล้ว หากพิจารณาให้ดี ยังใหญ่ไม่เท่าหลุมนึงของอาทิตย์ เมื่อไหร่ดวงอาทิตย์เกิดการเปลี่ยนแปลงและระเบิด โลกก็หายไปเลยพริบตาเดียว แล้วเราล่ะ? ยังใหญ่อยู่ไหม?

2. เราเป็นเพียงเศษเสี้ยวของธุลีในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก

Like early explorers mapping the continents of our globe, astronomers are busy charting the spiral structure of our galaxy, the Milky Way. Using infrared images from NASA's Spitzer Space Telescope, scientists have discovered that the Milky Way's elegant s
ภาพจากเว็บนาซ่า https://www.nasa.gov/topics/starsgalaxies/

ถึงตรงนี้…บางคนอาจ “มองเห็น” บางคนอาจยัง “มองไม่เห็น” ไม่เป็นไรค่ะ ไม่มีอะไรถูกหรือผิด มันมีแค่ “เห็น” หรือ “ไม่เห็น” เท่านั้น อยู่ที่จิตของแต่ละคน สร้างสมอะไรมามากน้อยแค่ไหน

แต่บีมมั่นใจว่า มันจะกระตุ้น “จิตวิญญาณแท้จริง” ของคุณให้ “ตื่น” ในระดับหนึ่ง และ เกิดคำถามบางอย่าง ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละคน…

แต่นั่น คือ จุดเริ่มต้นที่สวยงามบนเส้นทางของความสุขที่แท้จริง

สิว คือ สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของคุณ ที่กำลังนำพาให้คุณได้พบเส้นทางที่มีความสุขแท้จริง…อย่างแน่นอน

สรุปแล้วคือ สิวจะหายขาดได้จริง ถ้าคุณ “ว่างจากตัวตน” และตอบสนองในสิ่งที่ธรรมชาติของกายและจิตต้องการอย่างแท้จริง

ถ้ามันยังมีเหตุผลมากมายที่จะไม่ทำตาม “ธรรมชาติ” แท้จริง

ให้คุณไปย้อนอ่านบทความเรื่อง Surrender https://bit.ly/2y0x859 ค่ะ

ขอส่งพลังให้คุณทุกคนนะคะ
ขอให้ได้พบคำตอบของตัวเองในเร็ววัน

ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
เริ่มต้นรักษาสิวอย่างถูกวิธีที่ http://acnefree101.blog

อยากสิวหายขาด ยอมยกธงขาวให้ธรรมชาติเสียเถิด (surrender)

อยากสิวหายขาด ยอมยกธงขาวให้ธรรมชาติเสียเถอะ (surrender)

“บางครั้ง เราก็ต้องถูกทำลายอย่างหมดสิ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับพลังงานที่ดีใหม่ทั้งหมด” – cr. ครูเก๋ เก๋ วรารักษ์ สู่โนนทอง

 

เคยได้ยินคำว่า surrender ไหมคะ?

บีมได้ยินบ่อยมาก ๆ ในเพลงฝรั่ง

ก็เกิดความสงสัยว่า คำนี้มันแปลว่าอะไร

พอไปหาความหมาย มันแปลว่า

“ยกธงขาว ยอมโดยดุษฎี

ยอมโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ยอมให้หมดใจ”

อะไรแบบนั้น

 

แต่ก็ยังคงไม่เข้าใจความหมายของมัน “ลึกซึ้ง” นัก

จนกระทั่ง ครูเก๋ พูดประโยคด้านบน…

และบีมได้พบกับครูเก๋เป็นการส่วนตัว

เพื่อปรึกษาและสอบถามปัญหาส่วนตัว

ขอคำแนะนำ ชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องให้

 

วันนั้นเอง…

มันทำให้บีม “ตกผลึก”

ทั้งกับตัวเองและแฟนเพจที่นี่ทุกคน

ว่า … เราต้องยอมแพ้โดยไม่มีข้อแม้

ถ้าเราอยากจะมีความสุขแท้จริง

แล้วยอมแพ้กับอะไรล่ะ???

 

“แพ้ธรรมชาติ” ค่ะ

 

มันคือ คำคำนี้เลย ที่วันนี้จะมาแบ่งปันมุมมองให้ทุกคน

 

จากวันนั้น บีมตกผลึกว่า

ทุกเรื่องราวของชีวิตเรา

เมื่อใดที่จิตเรากำลังสัมผัส

กับความรู้สึกทุกข์ ทุรนทุราย ร้อนข้างใน อยู่ไม่สุข

มันเป็นช่วงที่เรา “กำลังฝืน” ธรรมชาติ

 

รวมทั้งเรื่องสุขภาพและการเป็น “สิว”

 

ซึ่งหลังจากที่บีมได้พบครูเก๋และหมอเกด

บีมได้นำเอาสิ่งที่ได้เรียนรู้และตกผลึก

มาทดลองกับตัวเองประมาณ 7-10 วันที่ผ่านมา

บีมพบว่า ใจเบา กายเบา ผิวใสเกลี้ยงกว่าเคย

จะมีเปลี่ยนอะไรที่ทาผิว ก็มีแค่แป้งอย่างเดียวที่เปลี่ยน

นอกนั้น เป็นการเปลี่ยนจากภายในในระดับลึกทั้งหมด

 

ย้อนกลับมา คีย์เวิร์ดคือ “ยอมเสียเถอะ”

มันต้องยอมเลยกับธรรมชาติ ไม่ฝืน

(คนละเรื่องกับวินัยในการทำดีนะคะ ไว้ค่อยเขียนแยก)

 

มันต้อง “ฟังข้างใน” จริง ๆ

มันต้อง “ฟังแก่น” จริง ๆ ของเรา

 

เช่น สมมติว่า 3 ทุ่มแล้ว เราง่วงนอนแล้ว

ร่างกายบอกว่า พักเถอะ

แต่เราไม่ฟัง เรากลับฝ่าฝืน

ด้วยการบอกตัวเองว่า

เล่นเฟสอีกหน่อยน่า คุยกับเพื่อนอีกหน่อยน่า ทำงานอีกหน่อยน่า

เดี๋ยวกินกาแฟ ก็ทำงานต่อได้แล้ว

แล้วก็ไปอัดกาแฟสัก 1 แก้ว

ทั้งที่กาแฟเป็นกรด ทำให้เลือดเป็นกรด

แต่มันมีคาเฟอีน ทำให้ประสาทตื่น

ร่างกายที่เครียด มีอนุมูลอิสระอยู่แล้ว ร้อนอยู่แล้ว อยากพักแล้ว

เจอกรดเข้าไปอีก แล้วโดนบังคับให้ตื่นตัวอีก

 

ลองคิดว่าเป็นเราดูบ้างสิคะ ว่าเราจะรู้สึกยังไง

เวลาที่ … เรารู้ตัวว่า เราโคตรจะทำงานไม่ไหวแล้ว

เราเหนื่อย เพลีย ง่วง อยากพัก

แต่เราถูกเฆี่ยน ถูกตี เหมือนวัวควาย

เพื่อให้ทำงานต่อไปได้…

 

ร่างกายก็เหมือนกันค่ะ!

 

วันนี้บีมมาเป็นกระบอกเสียงให้ร่างกายด้วย

หมอบุญชัยเขียนไว้ดีมาก ว่าธรรมชาติเขาไม่สามารถบอกเราเป็นคำพูดได้ เราต้องรู้จักสังเกตให้ละเอียด เราต้องอ่านร่างกายตัวเองให้ได้ ตอบสนองให้เป็น ตอนนี้เขาต้องการสิ่งใด ต้องจัดให้ อย่าไปบังคับ อย่าไปฝืน (ยกเว้นเรื่องปฏิบัติธรรมนะคะ อันนี้วิถีปุถุชนนะ ต้องดูแลตามธรรมชาติที่เขาบอกมาก่อน จิตคุณยังไม่เป็นอิสระจากร่างกาย คุณต้องรับใช้ร่างกายก่อนค่ะ จึงจะอยู่ดีมีสุขได้)

 

หลายคน (รวมทั้งบีมในบางช่วงที่หลุด แต่ค่อย ๆ ฝึกไปเดี๋ยวก็อยู่กับธรรมชาติได้ดีขึ้น ไม่รู้สึกฝืนค่ะ) ที่ยังคงเป็นสิวไม่หาย สาเหตุสำคัญ ๆ เลยก็คือ ยังคงฝืนทำบางสิ่งที่ร่างกายและจิตใจไม่ต้องการ อาจจะด้วยความจำเป็นบางอย่าง หรือ การที่ไม่ตัดสินใจ “เมตตาตัวเอง” ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ล้วนเป็นเหตุให้สิวไม่หายทั้งสิ้น!

 

เหตุผลอีกประการที่สำคัญ ที่ทำให้คนไปไม่ถึงเป้าหมาย ยังคงติดกับดักชีวิตแย่ ๆ ผิวแย่ ๆ ร่างกายแย่ ๆ อยู่ก็คือ การ “ไม่ยอมแพ้” ต่อธรรมชาติ ทั้งที่อยู่ภายใต้กฎธรรมชาติ

 

มนุษย์หลงคิดไปว่า ตัวเองจะเอาชนะธรรมชาติได้ทุกอย่างในยุคปฏิวัติวิทยาศาสตร์ที่ผ่านมา และวิถีชีวิตจากยุคปฏิวัติวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสาร ก็ทำให้เราเห็นแล้วว่า มีคนทุกฐานะอาชีพ ป่วยด้วยโรคจากพฤติกรรมคือ NCDs ได้แก่ มะเร็ง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ฯลฯ เราก็ได้ยินข่าวและข้อมูลบ่อย ๆ ว่า มียารักษาโรคนั้นโรคนี้ได้ มีวัคซีนนั้นนี้มากมาย แต่สุดท้าย เชื้อโรคก็กลายพันธุ์และรุนแรงกว่าเดิมไปเรื่อย ๆ ไม่มีทางไหนที่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ อย่างเราจะเอาชนะธรรมชาติได้เลย ถ้าเหตุการณ์แบบสึนามิคุณคงเห็นภาพมากว่า ธรรมชาตินั้นมีพลังมากเพียงใด…

สิวนี่คือ บันใดขั้นแรกเลยที่บีมศึกษาแล้วพบว่า มีสาเหตุเดียวกับโรคดังกล่าวค่ะ แต่พวกเราโชคดีอยู่อย่างที่มันเผยแสดงเตือนเราในรูปแบบของสิวตั้งแต่วันนี้ ที่หลายคนชอบบอกว่า เราโชคร้าย แต่บีมกลับพบความจริงว่า คนไม่เป็นสิวโชคร้ายกว่า เพราะเขาจะกินและใช้ชีวิตแบบเดิม ทั้งที่ร่างกายส่งสัญญาณมากมายให้เห็น ไม่ว่าจะพุง ผิวแพ้ง่าย และโรค NCDs แต่เพราะ ผิวยังดี และโรคพวกนี้มันอยู่ภายใน มันไม่เห็นชัด ๆ แบบสิว เขาจึงไม่สนใจ ชะล่าใจ หลายคนจึงมาพบว่า ตัวเองเป็นโรคกลุ่มนี้รุนแรงแล้ว จึงค่อยรักษา

 

คนที่ยังไม่เข้าใจธรรมชาติ ยังฝืน ยังมองไม่เห็นพลังเยียวยาในตัวมนุษย์ที่แท้จริง จะตายไปด้วยโรคเหล่านี้

 

แต่มีตัวอย่างของหลายคนที่ยอม surrender ยอมรับ ยอมแพ้โดยดุษฎี ยอมยกธงขาวว่า ไม่มีทางเอาชนะวิถีทางของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และเป็นผู้สร้างมนุษย์ได้ เขายอมรับความตายเป็นส่วนหนึ่งของหนทางอย่างกล้าหาญ เปลี่ยนความกลัวตาย มาเป็นการวางแผนตาย เขียนพินัยกรรม และทิ้งทุกอย่างที่เคยทำ หันมาอยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่ และกล้าเผชิญหน้ากับความตาย ยอมรับโดยดุษฎีว่า วันหนึ่งต้องตาย และตัดสินใจ “ตายดี”

 

ด้วยวิถีที่ยอมรับแบบ “ยกธงขาว” นี้ และการปฏิวัติวิถีชีวิตอย่างสิ้นเชิงนี้ ส่งผลให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น หลายคนมะเร็งหายไป หลายคนอยู่ได้อีกหลายสิบปีอย่างแข็งแรง ทั้งที่หมอบอกไม่เกินเท่านั้นเท่านี้เดือน

 

นี่ล่ะค่ะ วิธี “ยกธงขาว” ขอพ่ายแพ้แก่ “ธรรมชาติ”

ยอมละทิ้ง ปล่อยวาง ทุกสิ่ง เพื่อทำตามกฎธรรมชาติ

ซึ่งทุกคนที่ได้ “ลองทำ” ก็มีผลลัพธ์เหมือนกันทุกคน

คือชีวิตที่มีสุขภาพดี เปี่ยมด้วยความรัก ความสุข การอยู่กับปัจจุบัน

 

และเขาจะเห็นว่า การละทิ้งสิ่งที่เคยเป็น เคยทำ มันก็ยังคงทำให้เราอยู่ต่อไปได้ และมีความสุขมากกว่าวิถีเดิมเสียอีก…

 

แต่การเป็นสิว ที่ทำให้คนไม่ “ตัดสินใจ” ละทิ้ง “ของเสียเดิมๆ”

เพราะ มันยังไม่ “ถึงชีวิต” นั่นเองค่ะ สัญญาณมันไม่รุนแรงพอ

ที่จะกระทบจิตให้เกิดคำถามต่อการใช้ชีวิตที่ผ่านมา

และก็ปล่อยให้วิถีมันดำเนินต่อไป เป็นสิวกวนใจเรื่อย ๆไม่หาย

แล้วก็บ่นกับตัวเองเหมือนเดิม แต่ก็ยังกินและทำอะไรเหมือนเดิม

 

ทั้งที่ คุณรู้อยู่แก่ใจว่า คุณไม่ชอบวิถีชีวิตแบบนี้

วิถีสิว ๆ แบบนี้ ที่ทำให้คุณตัดโอกาสในชีวิตดี ๆ ในระดับจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็น คู่ครองผิวพรรณดี ๆ การงานดี ๆ ที่เราใฝ่ฝัน ฯลฯ เพียงเพราะ คุณเกลียดผิวพรรณและหน้าตาแบบนี้ของตัวเอง คุณคิดว่าคุณไม่คู่ควรกับโอกาสดี ๆ ก็สมควรที่จะอยู่แบบนี้มันต่อไป

 

นั่นคือ การทำงานโปรแกรมในจิตใต้สำนึกของคนเป็นสิวที่เปลี่ยนแปลงตัวเองไม่เด็ดขาด

 

และคุณยังไม่เห็นว่ามันจะทำให้คุณถึงตาย คุณจึงยังปล่อยมันไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ สิว มีสาเหตุเดียวกับโรคเรื้อรังที่ฆ่าคนตายแบบผ่อนส่งต่าง ๆ ถือว่าเป็นแค่สัญญาณเตือน เป็นน้อง ๆ โรคเหล่านั้น ซึ่งถ้าไม่สนใจ ไม่ใส่ใจจะรักษาให้หาย ก็รอวันที่จะพัฒนาไปเป็นโรคเหล่านั้นได้เลยค่ะ

 

บีมไม่ได้ขู่ให้กลัว แต่พูดถึงสิ่งที่เป็นจริง เพราะถ้าคุณไม่เชื่อ คุณลองไปตรวจร่างกาย คุณจะพบไขมันเลวมากกว่าไขมันดี ค่าตับของคุณจะไม่ปกติ เลือดของคุณจะข้นหนืด หลายคนเป็น PCOS มีซีสต์ในรังไข่ เป็นต้น บีมพูดจากสิ่งที่แฟนเพจที่เคยมาปรึกษาเล่าให้ฟังค่ะ ไม่ได้มโนไปเอง

 

ซึ่งทุกคนที่ได้แก้ไขเรื่องสิว มีผิวดีขึ้น ปัญหาเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองในที่สุด แบบไม่ต้องใช้ยาได้ในที่สุด

 

ดังนั้น ยอมเสียแต่โดยดีเถอะค่ะ

 

ยอมรับว่า คุณไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้

ยอมรับว่า คุณเป็นสิวตอนนี้เพราะคุณทำสิ่งที่ผิดธรรมชาติมานาน

ยอมรับว่า คุณจะต้องตัดสินใจ “ทิ้ง” หากอยากสิวหายขาด

ยอมรับว่า คุณจะต้องยอมทำตามวิถีธรรมชาติทั้งหมดจึงจะหายขาด

ยอมรับว่า คุณจะต้องเปลี่ยนทุกส่วนที่ฝืนธรรมชาติให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ถ้าตั้งใจให้สิวหายขาดจริง ๆ

 

ยอมรับการ “เปลี่ยนแปลงทั้งหมด” ที่จะต้องพบกับความเจ็บปวดในช่วงแรกในระยะของการดีท็อกซ์พิษจากจิต อวัยวะและผิวหนัง ก่อนที่จะมีพื้นที่ว่างในร่างกายและจิตใจรับพลังดี ๆ เข้าไปทดแทน

 

ของเก่าไม่ออก ก็ไม่มีวันที่ของใหม่จะเข้าไปได้

 

ทิ้งความกลัวทุกอย่าง ตัดสินใจเดินหน้าเต็มร้อย รับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพราะมันคือ ผลของอดีตเท่านั้น คุณต้องกล้าหาญมากพอที่จะยอมรับมัน

 

ซึ่งบีมเรียนรู้วิธี “รับความเจ็บปวดและสิ่งที่จะเกิดขึ้น” ระยะแรก ๆ ที่เรียกว่า healing crisis เป็นช่วงร่างกายฟื้นคืนพละกำลังและจัดการกำจัดพิษทุกระบบออกไป จะล้างได้ลึกแค่ไหน ก็อยู่ที่วิธีที่ใช้ว่ามันลึกแค่ไหน ระยะแห่งการ “รับผลแห่งการล้างพิษ” นี้ ก็มีวิธีการรับมืออย่างถูกต้อง เพื่อให้ผ่านพ้นไปด้วยดี ไม่มีพิษตกค้างเป็นอันตรายต่อได้ มีคลิปยาวให้ศึกษาแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวตั้งใจว่าจะเขียนให้เป็นบทความด้วย จะได้อ่านง่าย ๆ

 

สรุปสุดท้าย…

 

“อยากสิวหายขาด เพียงแค่ยอมธรรมชาติแต่โดยดีเท่านั้น”

“ถ้าของเดิมไม่ถูกทำลายหมดสิ้น ของใหม่ก็เข้าไปไม่ได้เต็มที่”

“อยากมีผิวที่ดี ต้องยอมทิ้ง”

 

 

อ่านซ้ำอีกหลาย ๆ รอบนะคะ และเอาไปพิจารณาอย่างละเอียดให้เข้าใจด้วยปัญญาในตัวคุณเอง จนกว่าจะ “ตกผลึก” ค่ะ นี่คือ หนทางออกเพียงหนึ่งเดียวสู่ผิวใสแบบถาวรตลอดกาล

 

หากมีคำถามใด ๆ จากการอ่านบทความนี้

เขียนถามได้ที่คอมเม้นต์นี้เลยนะคะ

บีมจะมาตอบให้ค่ะ

 

 

ด้วยรัก

#บีมซีเคร็ต

เริ่มต้นรักษาสิวอย่างถูกวิธี

เริ่มที่ http://acnefree101.blog

 

สิวจะหายขาดได้หรือไม่ ถ้าได้ทำตามแนวทางบีม?

 สิวจะหายขาดได้หรือไม่ ถ้าได้ทำตามแนวทางบีม?

 

นี่เป็นคำถามที่ทุกคนต้องการคำตอบที่ชัดเจน มาค่ะ บีมจะอธิบายให้ฟังอีกครั้ง ที่วันนี้ขออธิบายด้วยหลักขันธ์5 นะคะ

ไม่มีพื้นฐานเรื่องนี้ไม่เป็นไร ไม่ได้นับถือพุทธไม่เป็นไรค่ะ อ่านตามก่อน แล้วค่อยเอาไปเทียบเคียงกับอะไรที่รู้ เดี๋ยวมันจะเข้าใจในแบบฉบับของตัวเองไปเองค่ะ แต่จะต้องบันทึกโพสต์นี้เอาไว้ ไปอ่านและพิจารณาอย่างต่อเนื่อง เพราะ นี่คือเรื่องที่รู้แล้วจะตอบคำถามคุณชัดแจ้งได้เลยว่า “สิวจะหายขาดได้หรือไม่ค่ะ”

ขอให้ทุกคนดูภาพแผนผังที่แนบมากับโพสต์นี้นะคะ ภาพนี้แสดงถึง องค์ประกอบของมนุษย์ 1 หน่วย (เรียกเป็นหน่วยนี่แหละ ตรงสุด) สิ่งที่ประกอบกันเป็นมนุษย์นี่มันมีทั้งส่วนรูปคือ อะไรที่จับต้องได้ กับ สิ่งที่มองไม่เห็น จับไม่ได้ แต่มีอยู่และรู้สึกได้ว่ามี (เหมือนลมที่มองไม่เห็น แต่มีอยู่)

เมื่อครั้งได้เรียนในคอร์ส “พลิกกรรม เปลี่ยนชีวิต” สอนโดย ดร.ทายาท ศรีปลั่ง บีมได้เข้าใจเรื่อง ความจำในจิต พลังในจิต ที่ส่งผลต่อการเกิดในร่างใหม่ ขออภัยที่จำเป็นภาษาพระไม่ได้ แต่จับแก่นได้ค่ะว่า ถ้าก่อนตาย จิตมันยังยึดตัวกูของกู ยังไม่เห็นสัจธรรม หรือยังต้องการกลับมาเกิด มันก็จะได้เกิด แต่จะไปเกิดในภพภูมิไหน มาเป็นมนุษย์ที่มีชาติตระกูลอย่างไร ประเทศอะไร ฯลฯ ก็อยู่ที่ “ความทรงจำในจิต” ที่มันมาอยู่ในร่างใหม่นั้นเอง เป็นเหมือนพิมพ์เขียวชีวิตของคนคนนั้น กำหนดรูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอ กันได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่นั่นเลย ซึ่งถ้าเด็กนั้นสะสมพลังมาดี ได้มาอาศัยอยู่กับแม่ที่พลังงานดี กินอาหารดี ก็จะได้รับพลังดีไปด้วย แต่ถ้าสะสมพลังมาไม่ดี ก็อาจจะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไป ทำให้พลังโดยรวมหลังคลอดอาจไม่ดีนัก ส่งผลให้เด็กไม่ค่อยสงบ ก็เป็นไปได้

ดังนั้น เมื่อคุณเข้าใจแล้วว่า

  • มนุษย์นับเป็น 1 หน่วย
  • หน่วยมนุษย์มีหน่วยย่อย 5 หน่วย
  • หน่วยนั้นแบ่งเป็น 2 ภาค คือ จับต้องได้ (กาย) และ จับต้องไม่ได้ (จิต)
  • ภาคกาย แบ่งเป็น ดิน น้ำ ลม ไฟ และแยกย่อยไปอีก
  • ภาคจิต แบ่งเป็น 4 คือ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
  • จิตกำเนิดของมนุษย์ 1 หน่วย เป็นผลสะสมของทุก “ชาติ” ที่เกิด ไม่ว่าจะเกิดเป็น เทวดา ยักษ์ เดรัจฉาน มนุษย์ ฯลฯ สลับหมุนเวียนไปตามแรงแห่งกรรมที่ทำ
  • จิตกำเนิดที่ “อุ้มแรงกรรมสะสม” นั้น กำหนด “DNA” ตอนเกิดร่างในท้องแม่ เป็นพิมพ์เขียวของกายและจิต
  • หากผนวกกับพลังของอาหาร น้ำ อากาศ จิต ที่ดีของแม่ จะส่งเสริมให้จิตและกายของมนุษย์นั้น พัฒนาไปทางที่ดีหลังคลอด ในทางตรงข้าม หากพลังของแม่ไม่ดี กายและจิตของมนุษย์นั้นก็มีแนวโน้มจะรับพลังลบ และส่งผลลบต่อกายและจิตหลังคลอดได้

อย่างไรก็ตาม ห้ามมีจิตอกุศล คิดโทษบิดามารดาเด็ดขาดนะคะ เพราะ อย่างไรแล้ว การที่คุณได้เกิดมา ไม่ว่าแม่ของคุณจะดูแลตัวเองตอนท้องอย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ คุณยังคงมีศักยภาพเต็มในการพัฒนาจิตของตัวเองตลอดชีวิต ซึ่งการพัฒนาจิตจะนำไปสู่การเปลี่ยนรูปกายได้ในที่สุดเอง

คุณต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ ที่ไม่ทำแท้งไปเสียก่อน และทำให้คุณได้มีโอกาสพัฒนาตัวเองในชาตินี้ในร่างกายมนุษย์ค่ะ!

แล้วมันเกี่ยวกับสิวหายขาดยังไง?

งงใช่ไหมคะ เดี๋ยวกำลังจะโยงให้แล้ว ใจเย็นๆ เรื่องนี้ต้องปูยาวนิดนึงค่ะ พูดสั้น ๆ ให้ไปตีความเองไม่ได้ ต้องเข้าใจถ้วนทั่วก่อน

หากคุณเข้าใจอะไรที่บีมอธิบายและสรุปข้างต้นทั้งหมดอย่างดีแล้ว คุณจะเข้าใจว่า “คุณสามารถสิวหายขาดได้ ถ้าคุณเปลี่ยนแปลงจิตของตัวเองสำเร็จ”

จิตของคนที่มีผิวใส สะอาด สว่าง เป็นจิตที่มีพลังงานดีอยู่ภายใน

จิตของคนที่มีผิวไม่สดใส หมองคล้ำ เป็นสิว เป็นฝ้า เป็นจิตที่มีพลังงานลบอยู่ภายใน

การที่มีปัญหาสิว โดยไม่นับสิวแพ้ครีม แต่เป็นสิวชนิดขึ้นซ้ำ ๆ ไม่หายเสียที บีบ เจาะ แกะ ทำเลเซอร์ ทรีทเม้นต์ ฯลฯ หมดไปเท่าไหร่แล้วก็ยังขึ้น มันต้องกลับมาแก้ที่ “จิต” นะคะ

บางคน ปัญหาสิวไม่ได้เยอะ แต่ด้วย “ความไม่รู้” แล้วก็ไปทำวิธีที่ซ้ำเติมและเพิ่มปัญหา ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ผิวอ่อนแอ ด้วยการกินยา ทายา กินฮอร์โมน ซึ่งมันเป็นอะไรที่เซลล์ร่างกายไม่ได้ต้องการ แถมยังทำลายเซลล์อีก มันไปกดเอาไว้ กดทับปัญหา สักวัน มันก็ต้องถูกขับออก ก็มากลัวสิวขับพิษกันอีก แล้วก็ไม่ยอมเผชิญหน้ากับมัน เลี่ยงปัญหา ปล่อยคาราคาซัง แล้วก็จิตตกซ้ำ ๆ ไม่หายเสียที มันก็แค่เรื่องของการ “ไม่ยอมรับความจริงและเผชิญหน้ากับมัน และจัดการให้เด็ดขาด ก็แค่นั้นเอง”

สรุปทั้งหมดแล้ว ปัญหาสิวของหลายคนที่มาจากระบบภายใน อย่างของบีมคือ ตับร้อนและเป็นปัญหาที่หมอเกดบอกว่า มันเป็นปัญหาลึก เพราะ พลังงานไฟและน้ำมันอยู่ในตับ ไม่ใช่นอกตับ (อันนี้เข้าใจเอง แต่อธิบายไม่เป็นค่ะ รู้แต่ว่า มันเป็นเกมสุขภาพที่ยากกว่าคนอื่น แต่เชื่อมโยงได้ว่า เพราะกายธาตุเรามาแบบนี้ แนวโน้มที่ผ่านมา ถ้าไม่ฝึกฝนตัวเอง จะเป็นคนโมโหง่าย อารมณ์แปรปรวนง่าย ถ้าน้ำเยอะ จะดี ดับไฟได้ดี ถ้าน้ำน้อย ใครก็เอาไม่อยู่ พอเราไม่รู้ เราก็สะสมความเครียดให้ตัวเอง ตับก็ยิ่งร้อน ๆๆๆ ชีวิตก็เลยพัง ๆๆๆ สิวก็ขึ้นๆๆๆ เพราะ บีมสะสมโทษะในระดับสูงขึ้นๆๆๆ ประมาณนี้ค่ะ

พอมันแก้ที่กายส่วนหนึ่ง และ ปฏิรูปจิตเป็นงานใหญ่ โดยบีมตั้งใจเจริญเมตตามาได้จริงจัง 4 ปี ก็พบว่า ผิวพรรณผ่องใสขึ้น เป็นสิวยากขึ้น และพอเราไม่ไปโฟกัสว่ากินอะไรแล้วจะเป็นสิว แต่เราจินตนาการว่า ร่างกายเราจัดการได้หมด แต่เราก็ต้องกินอาหารที่ดีด้วยไงคะ คือ มันต้องสร้างเหตุที่ดีพร้อม ๆ กันทั้งกาย และ จิต คือ ทุกภาคส่วนของเรา ต้องพัฒนาไปทางที่ดีพร้อม ๆ กัน สิวมันก็จะหายเอง คือ คุณอย่าโฟกัสที่สิว เพราะ สิวมันเป็น “ผล” แล้ว คุณจะไปจัดการอะไรกับผล คุณต้อง “ปรับที่จิต” ที่มันลบ ที่มันไม่รักตัวเอง ที่มันสะสมความโกรธตัวเองและคนอื่น ด้วยการเจริญเมตตา และพัฒนาชีวิตทุกด้านไปพร้อมกัน เจริญสติ ให้ทันขันธ์ 5 เมื่อไหร่ที่ทำได้ สิวก็หายขาดได้แน่นอน

ถ้าถามบีมเมื่อก่อน ว่าสิวจะหายขาดไหม บีมตอบว่า มีคนหายขาดจากแนวทางนี้ แต่บีมอาจจะไม่หายขาด ด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่างที่บีมเผชิญ ณ ตอนนั้น กับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนั้น…

แต่ถ้าถามบีมตอนนี้ บีมมั่นใจว่า บีมหายขาดได้ เพราะ หลังจากที่บีมพบครูเก๋ เก๋ วรารักษ์ สู่โนนทอง บีมมีโอกาสได้เข้าถึงความจริงอีกระดับของจิตแล้ว บีมเห็นความจริงของธรรมชาติมากขึ้น เห็นขันธ์ 5 ชัดขึ้น ปล่อยวาง “กู” ได้มากขึ้น จิตเพิ่มระดับความเมตตาตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น

นอกจากนี้ การได้พบกับหมอเกด หมอเกด : ล้างพิษกายใจด้วยวิธีธรรมชาติ ครั้งนี้ ซึ่งหมอเกดวิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือนอย่างแม่นยำมาก ทำให้บีมเข้าใจว่า ตัวเองต้องปรับอะไรที่ “ตรงจุด” ของเราที่สุดที่จะป้องกันไม่ให้จุดอ่อนนั้นทำลายสุขภาพได้ และบีมได้ทดลองทำมาไม่นาน ก็เห็นผลชัดเจนว่า แค่รู้จุดอ่อนที่สุดของเรา แล้วเราซ่อมจุดนั้น มันคือจุด 20% ที่จะส่งผลดี 80% ได้เลย (ตามกฎ 20/80 ของพาเรโต้)

ประกอบกับการดูแลกายธาตุที่เหมาะกับเรา กินอาหารดี หายใจดี น้ำดี อากาศดี ล้างพิษดี จัดเวลาชีวิตดีขึ้น ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและเหมาะกับผิวและร่างกาย องค์ประกอบทุกอย่างมันดีไปพร้อม ๆ กัน ก็เห็นชัดเลยว่า โอกาสหายขาดมีแน่นอน ขอแค่ทำต่อไป

บีมต้องขอบคุณทุกคนที่หายขาดแล้ว มาอัพเดทให้บีมรู้ มันเป็นกำลังใจให้ตัวบีมเองด้วยในการถ่ายทอดวิชาและทำงานด้านนี้ต่อไปให้แฟนเพจทุกคน และยังขออนุโมทนาให้ทุกคนที่มาแบ่งปันกับเพื่อน ๆ แฟนเพจมีสุขภาพกาย จิต จิตวิญญาณที่ดียิ่งขึ้นไป มีความสุขแท้จริงยั่งยืนถาวร

 

โพสต์นี้ สำคัญนะคะ ต้องเข้าใจ แล้วคุณถึงจะไปต่อได้จริง ๆ เพราะ ปัญหาของคนส่วนใหญ่ที่มาปรึกษากับบีมและทีมงานของ Holistic Academy คือ ไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง … มันจะมีหรือคะ ว่าถ้าคุณรู้ว่า การลงทุนทำอะไรบางอย่าง แล้วผลลัพธ์มันคุ้มที่จะเปลี่ยน ที่จะทำ แล้วคุณจะไม่ยอมทำมันจนสุดหัวใจ

มนุษย์เรานะคะ อยากได้อะไร ก็ทำได้หมดค่ะ ทุกวันนี้ ที่ยังสิวไม่หายขาด และมีข้ออ้างมากมายกับตัวเราเอง มีแค่เหตุผลเดียวคือ คุณไม่รู้ว่า คุณจะต้องเปลี่ยนแปลงแบบสุด ๆ เพื่ออะไร คุณจะต้องสิวหายไปทำไม เหตุผลของคุณมันไม่ใหญ่พอที่จะสิวหาย และอีกเหตุคือ คุณไม่เชื่อว่า มันเป็นไปได้จริงๆ

เรื่องข้ออ้างมากมาย บีมก็เคยเป็น และ เป็นอยู่ช่วง ๆ นะคะ ของแบบนี้มันเป็นเรื่องการเดินทางของการพัฒนาตัวเองค่ะ เราก็ต้องเผชิญอะไรเหมือน ๆ กันค่ะ คุณไม่ได้เดินคนเดียวหรอก แต่ระดับของบีม กับระดับของคุณ โจทย์ก็จะแตกต่างกันค่ะ เราก็ต้องรู้ว่าเรามีความท้าทายอะไร และวางแผนลงมือจัดการด้วยตัวเองค่ะ ไม่มีใครมาทำให้เราได้ ชีวิตเรา ผูกเอง ต้องแก้เอง ยกความรับผิดชอบของชีวิตมาไว้ที่ตัวเองได้แล้วค่ะ

ที่สำคัญ คุณไม่ควร “เร่งรัด” ให้ “สิวหายเร็ว” สิวหายเป็นเรื่องของผลลัพธ์ สำคัญคือ คุณสร้างเหตุหรือยังคะ?

มีคำพูดนึงค่ะ ที่บีมได้เจอเมื่อ 2 ปีก่อน แล้วมันเตือนใจบีมมาก เรื่องของการลงมือทำและผลลัพธ์ของชีวิตที่ต้องการ มันทำให้บีมเป็นคนที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดีมาก และยิ่งได้ผลลัพธ์ชีวิตที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ

ขออภัยที่จำชื่อผู้พูดไม่ได้นะคะ แต่หลัก ๆ คือ

“มีแต่คนบ้าเท่านั้น ที่อยากได้ผลลัพธ์ใหม่ ๆ โดยใช้วิธีแบบเดิม ๆ”

ซึ่งมันเกี่ยวกับคนที่เป็นสิวแล้วอยากหาย แต่ยังทำแบบเดิม กินแบบเดิม ไม่ศึกษาข้อมูลอย่างเดิม รู้เท่าไหร่ก่อนปรึกษา ก็รู้เท่าเดิมหลังปรึกษา กลับมาถามคำถามซ้ำเดิม ถ้าเราไม่พัฒนาตัวเอง สิวก็ไม่มีทางหายขาด เพราะ รากปัญหาอยู่ในตัวคุณ ไม่ลงมือแก้เอง แล้วมันจะหายได้อย่างไร? และถ้ายังแก้เรื่องสิวของตัวเองไม่ได้ คุณจะไม่มีวันประสบความสำเร็จในชีวิตและมีชีวิตตามที่ต้องการได้เลย เพราะ คุณจะฝังใจว่า คุณเป็นคนไม่สำเร็จ เอาชนะด้านลบตัวเองไม่ได้ คุณจะมีชีวิตอยู่แบบคนขี้แพ้เรื่อยไป จิตแบบนี้ จะส่งผลให้ คุณไม่มีพลังพิชิตเป้าหมายอะไรในชีวิตเลย

เหตุของสิวหายและหายขาด บีมเผยแพร่ แบ่งปัน ไว้ทุกช่องทางออนไลน์ทั้งหมดแล้วค่ะ เหลือแค่คุณปรับวิธีคิด ทำความเข้าใจ ตัดสินใจ และลงมือทำจนถึง

ภาวนาไปพร้อมกับสภาวะร่างกาย กับการเกิดดับของสิว การเกิดดับของภาวะต่าง ๆ ค่ะ สิวคือ พิษ คือ การเสียสมดุล ขณะที่คุณกำลังใช้แนวทางธรรมชาติ ร่างกายของคุณที่แข็งแรงขึ้น จะกำจัดพิษออกได้ด้วยตัวเอง คุณมีหน้าที่แค่ซัพพอร์ต เขาต้องการอะไร คุณต้องให้ ถ้าคุณไม่ให้ แล้วยังฝืนกับการทรยศกายและจิตตัวเอง ผลลัพธ์เป็นอย่างไร คุณย่อมรู้ดี…

คุณต้อง “ยอมรับ” ค่ะ

ว่าคุณ “มีทางเลือก” เสมอ

และคุณ “เป็นผู้เลือก” เสมอ

 

สิวหาย เป็นเรื่องของ ความตั้งใจที่จะหายค่ะ

เป็นเรื่องของ “การเลือกที่จะผิวใสตลอดไป”

 

มันได้ผลไม่ใช่แค่ในชาตินี้ แต่ทุกภพชาติจากนี้

ถ้าคุณปฏิรูปจิตให้สะอาด สดใส ได้

จิตเย็น เบาสบาย เต็มเปี่ยมด้วยรักและเมตตาต่อตัวเองและสรรพสิ่งได้

ผิวย่อมสดใส ผ่องใส ได้อย่างแน่นอน โดยไม่ต้องฉีดกลูต้า กินคอลลาเจนวิตซี นะคะ

 

แนะนำให้ปริ้นท์ไปอ่านกันอีกหลาย ๆ รอบ หลาย ๆ วัน จนกว่าจะเข้าใจค่ะ แล้วคุณจะ “สิวหายขาด” ได้จริง ๆ

 

ด้วยรัก

#บีมซีเคร็ต

เริ่มต้นรักษาสิวอย่างถูกวิธี เริ่มที่นี่ http://acnefree101.blog
*** ขอบคุณรูปภาพผังขันธ์ 5 จากไฟล์ PDF หนังสือ พาจิตกลับบ้าน ***

 

 

 

 

ทำไมการรักษาสิวที่รีวิวบนเน็ตส่วนใหญ่ จึงใช้ไม่ได้ผลกับคุณ ?

คุณอาจจะสงสัยว่า…
ทำไมบางคน “เป็นสิว” ไปคลินิก พอไม่ไปแล้ว ก็สิวหายได้
ทำไมบางคน “เป็นสิว” ใช้ผลิตภัณฑ์ตามที่รีวิวในอินเตอร์เน็ต ก็สิวหายได้
ทำไมบางคน “เป็นสิว” ใช้สมุนไพร หรือ ของสด พอก ทา ก็สิวหายได้
ทำไมบางคน “เป็นสิว” กินอาหารเสริม สมุนไพร บางตัว ก็สิวหายได้
แล้วทำไม วิธีการเหล่านั้น จึงไม่สามารถ “แก้ปัญหาสิว” ให้กับคุณได้บ้าง???
จุดแตกต่างระหว่างคุณกับคนกลุ่มนั้น มีดังนี้ค่ะ
“สิวของคุณ” มี “สาเหตุ” ที่ “ซับซ้อน” กว่า
“สิวของคุณ” มี “สาเหตุ” ที่ “ลึก” กว่า
“สิวของคุณ” เป็น “มานาน” กว่า
ตามที่บีมได้เขียนอธิบายไปแล้ว ในบทความ “เข้าใจเรื่องสิวแนวองค์รวม” http://bit.ly/2Hg3TfG
คุณจะเข้าใจได้ว่า “ก่อนจะเป็นสิว 1 เม็ด” มันเกิดมาจาก “พฤติกรรม” มากมายที่สะสมมาเรื่อย ๆ จนในที่สุด มันครบองค์ประกอบให้เกิดสิว มันก็ผุดขึ้นมาไม่หยุด เพราะ คุณได้สร้าง “บ่อ” อาหารเลี้ยงสิวขนาดใหญ่ไว้เสียแล้วในร่างกาย จะรื้อถอนบ่อนั้นได้เร็วแค่ไหน ก็อยู่ที่ “ขนาดของมัน” ยิ่งบ่อใหญ่ ไขมัน น้ำตาล พิษ ความโกรธแค้น พยาบาท คิดลบ สะสมไว้ในกายและจิตมากเพียงใด บ่อมันก็ใหญ่เท่านั้น!!!
ที่ใช้ 4 วิธีการข้างต้น แล้วหายได้ ก็เพราะ อาจจะเป็นสิวที่ “ผิวๆ” คือ ขึ้นแค่ที่ผิว แต่ภายในยังปกติดี หรือ เป็นไม่มาก การเติมสารอาหารบางตัวจากอาหารเสริมเข้าไปนิดหน่อย ล้างพิษสักเล็กน้อย ก็กำจัดต้นเหตุของสิวชุดนั้นออกไปได้แล้ว โดยที่ยังไม่ทันได้สะสมหรือทำให้เสียสมดุลมากมายนัก
เช่น บางคน ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เครียดหนัก สิวขึ้นมาก ๆๆๆ ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่พออีก 1 เดือนถัดมา แก้ปัญหาได้ และ มีโอกาสได้ไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ทำสิ่งที่ชอบ สิวก็จะค่อย ๆ หายไป ซึ่งการใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แม้จะเป็นเคมีหรือยา เขาก็จะใช้แค่ฆ่าเชื้อแค่เพียงไม่นาน พอเชื้อหมด สิวก็ยุบหายไป และไม่มีความเครียดสะสมต่อเนื่องมากระทุ้งซ้ำอีก เขาก็ไม่เป็นสิวอีก จนกว่าจะเครียดหนัก เสียสมดุลหนัก ๆ หรือเปลี่ยนอาชีพ แล้วทำให้ร่างกายต้องเดินผิดปกติไปจากธรรมชาติ โอกาสที่จะมีสิวขึ้นอีก ก็เป็นไปได้เช่นกัน
คุณพอจะเห็นภาพไหมคะ คือ คนที่ใช้ 4 วิธีข้างต้นแล้วหายได้แบบง่าย ๆ แม้จะเป็นยา เคมี ก็ตาม แต่เขาใช้มันกับผิวไม่นาน สิวที่เกิดขึ้น มันเป็น “ผล” เฉพาะ “เหตุการณ์ก่อนหน้า” แบบชั่วคราว ที่ร่างกายได้รับ “ความเครียด” และ ทำงานไม่ปกติ อาหารไม่ย่อย ฯลฯ แต่พอร่างกายและจิตใจเขาเป็นปกติแล้ว ธรรมชาติของร่างกายเขาจะจัดการได้เอง เพราะปกติเขาอาจจะนอนเร็วอยู่แล้ว ไม่กิน Junk Food อยู่แล้ว แค่จิตใจเครียดมากกว่าปกติ พอหายเครียด ก็ไม่มีสาเหตุภายในมากระทบอีก แค่กำจัดเชื้อสิวของรอบก่อนให้หมดไป ก็หายแล้ว
หรือบางคน แค่แพ้ครีม ไม่ได้มีสาเหตุจากภายใน แค่หยุดครีมที่แพ้ หยุดครีมมีสเตียรอยด์ แล้วใช้ตัวฆ่าเชื้อสิวที่ขายทั่วไป (แต่ผสมเคมีและยา) ซึ่งเหมือนกันนค่ะ ถ้าไม่รบกวนผิว มันจะหายได้เองอยู่แล้ว เพราะ ร่างกายเรามีพลังเยียวยาตามธรรมชาติ ถ้าเขามีพลังนี้อยู่มาก เขาก็แค่หยุดครีม ใช้น้ำเปล่าล้าง ไม่แต่งหน้า ไม่โดนแดด หรือปกป้องผิวจากแดด ความร้อน ทายาฆ่าสิวอีกหน่อย กินอาหารเสริมอีกนิด มันก็หายได้แล้ว…
พอจะเข้าใจแล้วนะคะ ว่าเขาเป็นแค่ “ผิวๆ” ซึ่งพลังงานในการเยียวยาและกำจัดพิษของตัวเขาเอง ยังมีสูง ทำให้ผิวโดยรวมไม่ร้อน ไม่อักเสบง่าย ไม่อ่อนแอ ถ้าเขาดูแลผิวให้ปราการผิวแข็งแรงกลับคืนมา และเชื้อสิวหมดไป ก็จบปัญหาสิวค่ะ
ดังนั้น ในการแก้ปัญหาสิวชนิดเรื้อรังที่ใช้วิธีที่เขาใช้กันทั่วไปไม่หาย มันต้องใช้ “วิธี” ที่ต่างไป จึงจะได้ผล ซึ่งก็คือวิธีคิด วิธีมอง วิธีทำ ตามที่บีมนำเสนอเลยค่ะ ซึ่งขอยกตัวอย่าง ก่อนจบบทความนี้ เพื่อให้คุณเห็นภาพมากขึ้น ถึงวิธีการแก้ปัญหาสิวชนิดนี้
แก้ปัญหาสิวเรื้อรัง ก็เหมือน “ฟื้นฟูสภาพบ้านร้าง”
ในการแก้ปัญหาสิวชนิดเรื้อรัง ก็เหมือนการไปพบเจอ บ้านร้าง ๆ ที่ไร้คนสนใจ แต่อยู่ในตัวเมืองใหญ่ ๆ สิ่งรบกวนเยอะ ๆ แห่งหนึ่ง
เมื่อคุณไปพบ สิ่งที่คุณต้องทำ คือ ค่อย ๆ จัดการไปทีละส่วน เริ่มจาก เอาสิ่งที่เน่าเหม็นออกไปเสียให้หมดก่อน เก็บทำความสะอาดทุกซอกมุม และต้องเก็บกวาดทำความสะอาดเล็ก ๆ น้อย ๆ กันไปทุกวัน แน่นอนว่า ฝุ่น ควัน สิ่งกระทบ ที่ทำให้บ้านสกปรก มันมาทุกวัน แต่คุณมีความสามารถ มีพละกำลังที่จะเอามันออกไปได้ ยิ่งดูแลบ้านได้ดีเท่าไหร่ ระยะเวลาในการทำความสะอาดครั้งต่อไป เพื่อให้บ้านสะอาดอยู่ได้ ก็ลดลงเท่านั้น
ร่างกายที่เป็นสิว ก็เหมือน “บ้านร้าง” หลังนั้น เราอยู่กับเขาตลอดแต่ไม่รู้วิธีดูแล ปล่อยทิ้งเขาให้เน่าเสีย จนกระทั่งเขาต้องระบายออกมาให้เห็น เตือนก็แล้ว (ด้วยการป่วยลักษณะต่าง ๆ เช่น ท้องผูก ไอเรื้อรัง ภูมิแพ้ สิว ผิวแพ้ง่าย)
สิว คือ สัญญาณ ที่ร่างกายส่งมา “เตือน” ว่า “หยุดได้แล้ว” “ไม่ไหวแล้ว”
ซึ่งคุณก็ต้อง “หยุด” ทุกอย่างก่อน เพราะ คุณยังไม่รู้เลยว่า เป็นสิว “เพราะอะไร”
แล้วทำความสะอาดเขาก่อนเป็นลำดับแรก และทำความสะอาดทุกวัน ไม่กินอาหารปลอด ไม่ดื่มน้ำ ไม่ทำอะไรที่ร่างกายไม่ชอบ (เราชอบ แต่ร่างกายไม่ชอบ ทำมาทั้งชีวิตแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนให้ได้ค่ะ เอาที่ร่างกายชอบ แม้เราไม่ชอบ ต่อไปเมื่อผิวดี สุขภาพดี หุ่นดี เราจะชอบไปเอง)
แล้วค่อยๆ ซ่อมแซม ฟื้นฟู บำรุง ด้วยของดี ๆ ด้วยพฤติกรรมใหม่ ๆ ที่ส่งเสริมให้มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ซึ่งบีมมีวิธีการเริ่มต้นให้แล้วอย่างง่าย ๆ ทำเองได้เลยที่นี่ค่ะ >>> http://acnefree101.blog

สิว คือ กลุ่มของโรคที่เกิดจากพฤติกรรม (NCDs)

จากที่บีมได้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง “สิว” ใน google มาสักระยะหนึ่งแล้ว พบว่า ฐานข้อมูลของประเทศไทยเรื่อง “สิว” ยังไม่มีใครพูดถึงประเด็นนี้ว่า “สิว” คือ กลุ่มของโรคที่เกิดจากพฤติกรรม ที่ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Non-Communicable disease หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า “กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง”

และในความเป็นจริง ก็เป็นเช่นนั้น…

จากประสบการณ์ของบีมเอง ทั้งในส่วนที่ดูแลตัวเอง และดูแลคนมีปัญหาสิว คนส่วนใหญ่ที่มีปัญหาสิวชนิดเรื้อรัง จะมีปัญหาในเรื่องของการ “ไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” ที่ก่อให้เกิดสิวได้ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่า เพราะอะไร แต่ก็ไม่สามารถ “เปลี่ยนแปลงตัวเองได้”

จากการสังเกตและรวบรวมสถิติทั้งหมด 8 ปี บีมพบว่า 3 พฤติกรรมหลักที่คน “เปลี่ยนได้ยาก” มีดังนี้

อันดับ 1 ยังกินอาหารแบบเดิม

กินอาหารปลอม ไม่ใช่อาหารจริง ซึ่งอาหาร มันจะกลายมาเป็น “ผิว” และถ้าอาหารไม่ย่อย ก็จะกลายเป็น “พิษตกค้าง” ถ้ากินแย่ ๆ ผิวก็แย่ ไม่มีทางจะแข็งแรงและดีขึ้นได้ ต่อจะให้ใช้ skincare ที่เคลมว่าทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ก็จะได้เฉพาะส่วนของกำแพงผิวที่จะอิ่มน้ำและป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อได้ดีขึ้น แต่ก็จะยังมีสิวขึ้นอยู่ดีจากที่ระบบภายในแย่และสกปรก

อันดับ 2 ยังนอนแบบเดิม ไม่สามารถปรับเวลานอน มานอนประมาณ 3-4 ทุ่มได้

ซึ่งเวลาทองในการ “ซ่อมร่าง” และ “แปลงร่าง” ของมนุษย์ อยู่ที่ 4 ทุ่ม – ตี 2 ข้อนี้ แพทย์ทุกแขนงเห็นพ้องต้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มแพทย์ชะลอวัย จะเน้นเป็นพิเศษ ว่าให้นอนให้ได้ช่วงนี้ เพื่อให้ร่างกายได้ผลิต Growth Hormone มาซ่อมร่างได้ช่วงเที่ยงคืนกว่า ๆ ได้อย่างเต็มที่ เป็นฮอร์โมนซ่อมแซม ทำให้อ่อนเยาว์ ถ้าเปรียบเหมือนรถยนต์ ก็ได้รับการเช็คสภาพและซ่อมแซมฟื้นฟูกันในช่วงนี้ ซึ่งถ้าทำงานเป็นกะอยู่ และ ยังนอนหลัง 4 ทุ่ม ก็ไม่ได้รับอาวุธของธรรมชาติ ที่คืนความแข็งแรงให้กับเรา และยังทำให้ ถุงน้ำดี และ ตับร้อน ไฟพุ่งพล่าน เกิดเป็นภาวะร้อนเกินสะสมในตับและถุงน้ำดีอีก ซึ่งแพทย์แผนจีนอธิบายว่า ถ้าสองอวัยวะนี้ร้อน จะทำให้ระบบย่อยไม่ดี มีน้ำเหลืองเสีย ไขมันพิษตกค้าง ไม่ถูกระบายออก อารมณ์หงุดหงิดง่าย ผิวขาดน้ำ ประจำเดือนไม่ปกติ และทำให้ “เป็นสิว” ก็สอดคล้องกันทั้งหมด ยกมาเป็นซีรี่ย์ “ความเสื่อม”

อันดับ 3 ยังไม่ออกกำลังกาย

แม้จะรู้ว่า ออกแล้วดี แต่ไม่เห็นว่าสำคัญมากพอ หรือ ชีวิตวุ่นวายมากเกินไป จนจัดเวลาดูแลตัวเองไม่ได้
การออกกำลังกาย เหมือนเป็นการ “เร่งเครื่อง” ให้ร่างกาย “เปลี่ยนแปลง” ข้อนี้ บีมเห็นชัดตอนเล่นเวทและออกกำลังกายจริงจังอยู่ 3 เดือนช่วงก่อน มันเป็นเหมือนอะไรที่ทำให้เรา “แปลงร่างได้” เพราะ มันเพิ่มการเผาผลาญ เพิ่มการหมุนเวียนเลือด เคยเห็นโฆษณาน้ำมันรถรุ่นก่อน ๆ ไหมคะ ที่พอใส่น้ำมันนี้ แล้วลูกสูบทำงานเต็มสตีมมาก ๆ ก็แบบนั้นล่ะค่ะ ตอนออกกำลังกาย ถ้าเราไม่ออกหนักจนเกินไป (ทำแบบพอดีๆ) เขาก็จะช่วยให้เซลล์ทั้งร่าง “เปลี่ยนแปลง” ของเสียถูกขับออกได้ดี อาหารใหม่ ออกซิเจน ไปได้ทั่วถึง แม้กระทั่งหลอดเลือดฝอยที่ปลายผิวหนัง ส่งผลให้การซ่อมแซม ฟื้นฟูร่างทำได้ดีขึ้น แถมเชื้อสิวก็เกลียดออกซิเจนมาก ถ้าอัดออกซิเจนเข้าไปในผิวผ่านเส้นเลือดได้เยอะ ๆ​ (ผ่านเส้นเลือด และ เส้นลมปราณ ซึ่งเส้นลมปราณส่งสารอาหารและออกซิเจนได้เร็วกว่าเลือดหลายเท่าตัว) และส่งทหารเม็ดเลือดขาวจากน้ำเหลืองมาเยอะ ๆ สารอาหารดี ๆ มากับเลือด มีหรือ ผิวจะไม่แข็งแรงขึ้น?

ปกติแล้ว ถ้าสามารถปรับ 3 ข้อนี้ได้ ก็จะหายขาดได้จริง ๆ ค่ะ และไม่กลับมาเป็นอีก

และมีคำถามอีกว่า แล้วต้องทำไปนานเท่าไหร่???

บีมถามกลับว่า “แล้วอยากกลับมาเป็นสิวอีกไหม”???

ถ้าไม่อยาก ก็ปรับเปลี่ยนตัวเอง Drive ตัวเองให้มีพฤติกรรมใหม่ที่ดีนี้ไปเลย ไม่ต้องมาร่องน้ำเดิมให้สิวขึ้นอีก น่าจะดีกว่านะคะ…

มันจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่า

สุดท้ายก็อยู่ที่คุณเลือกค่ะ

จะ “เปลี่ยน” เพื่อ “ชีวิตที่ดีกว่า”

หรือจะ “อยู่ที่เดิม” แล้วมีชีวิตแบบเดิม ๆ ที่คุณไม่ชอบ แม้กระทั่ง​ “ตัวคุณเอง”

ชีวิตที่ดี ต้องเริ่มจาก “การหลงรักตัวเอง” ในทุก ๆ ด้าน

บีมขออวยพรให้คุณ ได้พบ “จุดเปลี่ยน” ของตัวเอง โดยเร็วที่สุดค่ะ

 

บีมซีเคร็ต

7 เมษายน 2561

เวลา 05.35