ผ่าน “สิวขับพิษได้” มีโอกาส “หายขาดได้”

คุณรู้ไหมคะว่า #สิวขับพิษ คือ ภาวะที่นำไปสู่ #สิวหายขาด?
มาทำความรู้จักกับมันให้ดีขึ้นนะคะ ถ้าคุณอยากหายจากสิวจริงๆ
.
Healing Crisis หรือ วิกฤติแห่งการเยียวยา สามารถเข้าใจได้สั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าเป็น #การขับพิษ #การกระทุ้งพิษ ซึ่ง #สิวขับพิษ เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของวิกฤตินี้ค่ะ
.
ปกติแล้วคนจะกลัวคำว่า “วิกฤติ” เป็นปกติอยู่แล้ว แต่…เราจะสังเกตได้ว่า ทุกครั้งที่มีวิกฤติ ผู้ที่ก้าวข้ามผ่านไปได้อย่างถูกวิธีเท่านั้นที่จะ “ชนะ” และ “พลิกสถานการณ์จากลบเป็นบวก” ได้
.
สิวขับพิษ และ อาการกระทุ้งพิษในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ มีผื่นคันที่แสดงออกมาหรือซ่อนใต้ผิว เป็นฝี ถ่ายมากกว่าปกติ อยากอาเจียน ฯลฯ เป็นรูปแบบของการขับล้างสารพิษด้วยกระบวนการธรรมชาติของร่างกายที่ “แข็งแรงขึ้น”
.
หลายคนที่ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต มาเป็นรูปแบบที่ Beam’s Secret : สิวเปลี่ยนชีวิต แนะนำ จะมีอาการเหล่านี้ ซึ่งสำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ธรรมชาติบำบัดจะตกใจ จะกังวล ว่า…เรากำลังทำถูกต้องอยู่หรือไม่? เพราะ อาการหลายอย่างจะดูเหมือน เรากำลังแย่ลง ทั้งที่เรากำลังทำทุกอย่างถูกวิธีตามที่แนะนำ
.
กับผิวหน้าก็เช่นกัน ผู้ที่เคยใช้ยาและสารเคมีมาหลายปี เมื่อปรับมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และไม่มีสารเคมีใด ๆ กดภูมิคุ้มกันของผิว ผิวหน้าจะมีการขับสารในรูปแบบผดผื่นได้เช่นกัน ทำให้คนผู้นั้นรู้สึกกังวลใจว่า มันจะดีขึ้นจริง ๆ ไหม? หรือมันกำลังแย่ลง
.
จากประสบการณ์ส่วนตัวและในฐานะโค้ชในวิถีธรรมชาติบำบัดเพื่อสุขภาพภายในและสุขภาพผิวมา 9 ปี บีมพบว่า อาการเหล่านี้ เป็นอาการที่แสดงถึงภาวะที่ดีมาก เพราะ เซลล์ของเรากำลังแข็งแรงขึ้น มีพลังในการขับพิษที่สะสมมาด้วยตัวเขาเอง เราเพียงแต่ต้องทำอะไรที่ถูกต้องช่วยซัพพอร์ตร่างกายต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ แล้วอาการเหล่านี้จะหายไปเองพร้อมสุขภาพผิวที่ดีขึ้น สิวที่ลดลงจริงๆ
.
สาเหตุที่เรามีสิวขับพิษ เป็นเพราะ พิษที่ก่อให้เกิดสิว เป็นพิษกลุ่มที่ละลายในไขมันที่เซลล์ไขมันจะเอาไปเก็บไว้เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย (รับมาเยอะไป ตับกำจัดไม่ทัน ต้องเอาไปเก็บและเก็บได้นานมาก) ซึ่งพิษกลุ่มนี้ เกิดมาจากการที่เรารับพิษจากอาหาร น้ำ อากาศ มาเป็นเวลาหลายปีสะสมต่อเนื่อง ยิ่งถ้าหากเคยกินยารักษาสิวมาก่อน ก็จะมีความเสี่ยงต่อการสะสมของกลุ่มพิษชนิดนี้ในเซลล์ไขมันมากขึ้น
.
เมื่อเราได้ดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี พิษที่สะสมมาหลายปีนี้ จะถูกสลายออกมาเพราะเซลล์ไขมันถูกกำจัดออกด้วยวิธีการธรรมชาติของกลไกร่างกายเราเองที่เราดูแลตัวเองในแนวทางใหม่
.
ทำให้ช่วงแรก ๆ ของการดูแลตัวเอง เราจะมีน้ำหนักลดลง มีสิวเพิ่มขึ้น มีอาการไม่สบายต่าง ๆ ซึ่งมักเป็นจุดที่เคยใช้ยากดอาการมาก่อน เช่น บางคนเป็นไซนัส ภูมิแพ้ กินยามานาน ในวันกระทุ้งพิษ ก็จะมีอาการจามเป็นหนอง สีดำ หายใจไม่ออก เป็นต้น
.
ระดับอาการของการกระทุ้งพิษ จะมากน้อย อยู่ที่พิษสะสมในแต่ละคน ซึ่งในรายที่มีอาการน้อย ๆ สามารถดูแลด้วยตัวเองได้ โดยการสนับสนุนให้ร่างกายได้รับแต่สิ่งที่ดี เช่น นอนเร็ว อบตัว กัวซา ออกกำลังกาย โยคะ ฝึกหายใจยาว ๆ นั่งสมาธิ ดื่มน้ำวันละ 2.5 ลิตร งดกินชา กาแฟ และเครื่องดื่มทุกอย่าง ดื่มเฉพาะน้ำเปล่าไม่เย็นเท่านั้น
.
หลายคน จะตื่นมาปัสสาวะกลางดึกช่วงตี 1-3 ปัสสาวะบ่อย อุจจาระบ่อย ปวดนั่น ปวดนี่ นี่คืออาการปกติทั้งสิ้น ขอให้พักผ่อนให้มาก อย่าโหมงานช่วงมีอาการเหล่านี้ และต้องกินเฉพาะอาหารที่มีประโยชน์ กินผักผลไม้ปั่น ไม่หวาน งดคาร์โบไฮเดรตทุกรูปแบบ เป็นต้น
.
สำหรับคนที่มีอาการเยอะ ไม่ควรแก้ปัญหาเอง ควรเข้าปรึกษาคุณหมอด้านแพทย์ทางเลือกที่น่าเชื่อถือและมีผลงานจริงในการดูแลผู้ป่วยด้วยศาสตร์ทางเลือก ให้ช่วยดูแลเพิ่มเติมค่ะ
.
หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากบทความนี้ และมีกำลังใจในการรักษาสิวให้หายขาดต่อไปนะคะ
.
คุณต้องผ่านช่วง Healing Crisis ให้ได้ ซึ่งมันจะมีหลายระลอก แต่มันจะน้อยลงเรื่อย ๆ ๆ ๆ ถ้าไม่รับพิษมาใหม่ และใส่แต่สิ่งที่ดีต่อเนื่อง มันก็จะหายเร็วขึ้นมาก ๆ ค่ะ
.
สิวหาย ผิวใส หุ่นดี ตลอดไป
ต้องผ่าน Healing Crisis ให้ได้ค่ะ
.
เป็นกำลังใจในการ #แปลงร่าง ของทุกคน
.
ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
เกี่ยวกับบีม http://acnefree101.blog/aboutbeam
——————————-

แชร์ไปได้ ไม่หวงความรู้ค่ะ
และเชิญชวนมาคุยกันใน Live ที่กลุ่มเย็นนี้ 19.00
เพื่อพูดคุยเรื่องการขับพิษจากการกินตรีผลากันค่ะ
คุณจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้นอีกเยอะ

สัปดาห์นึง บีมจะพบเพื่อเคลียร์คำถามทุกคนได้หนึ่งครั้งค่ะ
อย่าพลาดนะคะ มาพบกันให้ได้ ถ้าอยากหายจากสิวจริง ๆ

คลิกลิงค์นี้เพื่อเข้ากลุ่มค่ะ เป็นกลุ่มเดียวในประเทศไทยที่พูดเรื่องสิวและวิธีแก้ชนิดเจาะลึกถึงรากจริง ๆ

https://www.facebook.com/groups/beamsecret.reset/

อยากสิวหายขาด ยอมยกธงขาวให้ธรรมชาติเสียเถิด (surrender)

อยากสิวหายขาด ยอมยกธงขาวให้ธรรมชาติเสียเถอะ (surrender)

“บางครั้ง เราก็ต้องถูกทำลายอย่างหมดสิ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับพลังงานที่ดีใหม่ทั้งหมด” – cr. ครูเก๋ เก๋ วรารักษ์ สู่โนนทอง

 

เคยได้ยินคำว่า surrender ไหมคะ?

บีมได้ยินบ่อยมาก ๆ ในเพลงฝรั่ง

ก็เกิดความสงสัยว่า คำนี้มันแปลว่าอะไร

พอไปหาความหมาย มันแปลว่า

“ยกธงขาว ยอมโดยดุษฎี

ยอมโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ยอมให้หมดใจ”

อะไรแบบนั้น

 

แต่ก็ยังคงไม่เข้าใจความหมายของมัน “ลึกซึ้ง” นัก

จนกระทั่ง ครูเก๋ พูดประโยคด้านบน…

และบีมได้พบกับครูเก๋เป็นการส่วนตัว

เพื่อปรึกษาและสอบถามปัญหาส่วนตัว

ขอคำแนะนำ ชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องให้

 

วันนั้นเอง…

มันทำให้บีม “ตกผลึก”

ทั้งกับตัวเองและแฟนเพจที่นี่ทุกคน

ว่า … เราต้องยอมแพ้โดยไม่มีข้อแม้

ถ้าเราอยากจะมีความสุขแท้จริง

แล้วยอมแพ้กับอะไรล่ะ???

 

“แพ้ธรรมชาติ” ค่ะ

 

มันคือ คำคำนี้เลย ที่วันนี้จะมาแบ่งปันมุมมองให้ทุกคน

 

จากวันนั้น บีมตกผลึกว่า

ทุกเรื่องราวของชีวิตเรา

เมื่อใดที่จิตเรากำลังสัมผัส

กับความรู้สึกทุกข์ ทุรนทุราย ร้อนข้างใน อยู่ไม่สุข

มันเป็นช่วงที่เรา “กำลังฝืน” ธรรมชาติ

 

รวมทั้งเรื่องสุขภาพและการเป็น “สิว”

 

ซึ่งหลังจากที่บีมได้พบครูเก๋และหมอเกด

บีมได้นำเอาสิ่งที่ได้เรียนรู้และตกผลึก

มาทดลองกับตัวเองประมาณ 7-10 วันที่ผ่านมา

บีมพบว่า ใจเบา กายเบา ผิวใสเกลี้ยงกว่าเคย

จะมีเปลี่ยนอะไรที่ทาผิว ก็มีแค่แป้งอย่างเดียวที่เปลี่ยน

นอกนั้น เป็นการเปลี่ยนจากภายในในระดับลึกทั้งหมด

 

ย้อนกลับมา คีย์เวิร์ดคือ “ยอมเสียเถอะ”

มันต้องยอมเลยกับธรรมชาติ ไม่ฝืน

(คนละเรื่องกับวินัยในการทำดีนะคะ ไว้ค่อยเขียนแยก)

 

มันต้อง “ฟังข้างใน” จริง ๆ

มันต้อง “ฟังแก่น” จริง ๆ ของเรา

 

เช่น สมมติว่า 3 ทุ่มแล้ว เราง่วงนอนแล้ว

ร่างกายบอกว่า พักเถอะ

แต่เราไม่ฟัง เรากลับฝ่าฝืน

ด้วยการบอกตัวเองว่า

เล่นเฟสอีกหน่อยน่า คุยกับเพื่อนอีกหน่อยน่า ทำงานอีกหน่อยน่า

เดี๋ยวกินกาแฟ ก็ทำงานต่อได้แล้ว

แล้วก็ไปอัดกาแฟสัก 1 แก้ว

ทั้งที่กาแฟเป็นกรด ทำให้เลือดเป็นกรด

แต่มันมีคาเฟอีน ทำให้ประสาทตื่น

ร่างกายที่เครียด มีอนุมูลอิสระอยู่แล้ว ร้อนอยู่แล้ว อยากพักแล้ว

เจอกรดเข้าไปอีก แล้วโดนบังคับให้ตื่นตัวอีก

 

ลองคิดว่าเป็นเราดูบ้างสิคะ ว่าเราจะรู้สึกยังไง

เวลาที่ … เรารู้ตัวว่า เราโคตรจะทำงานไม่ไหวแล้ว

เราเหนื่อย เพลีย ง่วง อยากพัก

แต่เราถูกเฆี่ยน ถูกตี เหมือนวัวควาย

เพื่อให้ทำงานต่อไปได้…

 

ร่างกายก็เหมือนกันค่ะ!

 

วันนี้บีมมาเป็นกระบอกเสียงให้ร่างกายด้วย

หมอบุญชัยเขียนไว้ดีมาก ว่าธรรมชาติเขาไม่สามารถบอกเราเป็นคำพูดได้ เราต้องรู้จักสังเกตให้ละเอียด เราต้องอ่านร่างกายตัวเองให้ได้ ตอบสนองให้เป็น ตอนนี้เขาต้องการสิ่งใด ต้องจัดให้ อย่าไปบังคับ อย่าไปฝืน (ยกเว้นเรื่องปฏิบัติธรรมนะคะ อันนี้วิถีปุถุชนนะ ต้องดูแลตามธรรมชาติที่เขาบอกมาก่อน จิตคุณยังไม่เป็นอิสระจากร่างกาย คุณต้องรับใช้ร่างกายก่อนค่ะ จึงจะอยู่ดีมีสุขได้)

 

หลายคน (รวมทั้งบีมในบางช่วงที่หลุด แต่ค่อย ๆ ฝึกไปเดี๋ยวก็อยู่กับธรรมชาติได้ดีขึ้น ไม่รู้สึกฝืนค่ะ) ที่ยังคงเป็นสิวไม่หาย สาเหตุสำคัญ ๆ เลยก็คือ ยังคงฝืนทำบางสิ่งที่ร่างกายและจิตใจไม่ต้องการ อาจจะด้วยความจำเป็นบางอย่าง หรือ การที่ไม่ตัดสินใจ “เมตตาตัวเอง” ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ล้วนเป็นเหตุให้สิวไม่หายทั้งสิ้น!

 

เหตุผลอีกประการที่สำคัญ ที่ทำให้คนไปไม่ถึงเป้าหมาย ยังคงติดกับดักชีวิตแย่ ๆ ผิวแย่ ๆ ร่างกายแย่ ๆ อยู่ก็คือ การ “ไม่ยอมแพ้” ต่อธรรมชาติ ทั้งที่อยู่ภายใต้กฎธรรมชาติ

 

มนุษย์หลงคิดไปว่า ตัวเองจะเอาชนะธรรมชาติได้ทุกอย่างในยุคปฏิวัติวิทยาศาสตร์ที่ผ่านมา และวิถีชีวิตจากยุคปฏิวัติวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสาร ก็ทำให้เราเห็นแล้วว่า มีคนทุกฐานะอาชีพ ป่วยด้วยโรคจากพฤติกรรมคือ NCDs ได้แก่ มะเร็ง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ฯลฯ เราก็ได้ยินข่าวและข้อมูลบ่อย ๆ ว่า มียารักษาโรคนั้นโรคนี้ได้ มีวัคซีนนั้นนี้มากมาย แต่สุดท้าย เชื้อโรคก็กลายพันธุ์และรุนแรงกว่าเดิมไปเรื่อย ๆ ไม่มีทางไหนที่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ อย่างเราจะเอาชนะธรรมชาติได้เลย ถ้าเหตุการณ์แบบสึนามิคุณคงเห็นภาพมากว่า ธรรมชาตินั้นมีพลังมากเพียงใด…

สิวนี่คือ บันใดขั้นแรกเลยที่บีมศึกษาแล้วพบว่า มีสาเหตุเดียวกับโรคดังกล่าวค่ะ แต่พวกเราโชคดีอยู่อย่างที่มันเผยแสดงเตือนเราในรูปแบบของสิวตั้งแต่วันนี้ ที่หลายคนชอบบอกว่า เราโชคร้าย แต่บีมกลับพบความจริงว่า คนไม่เป็นสิวโชคร้ายกว่า เพราะเขาจะกินและใช้ชีวิตแบบเดิม ทั้งที่ร่างกายส่งสัญญาณมากมายให้เห็น ไม่ว่าจะพุง ผิวแพ้ง่าย และโรค NCDs แต่เพราะ ผิวยังดี และโรคพวกนี้มันอยู่ภายใน มันไม่เห็นชัด ๆ แบบสิว เขาจึงไม่สนใจ ชะล่าใจ หลายคนจึงมาพบว่า ตัวเองเป็นโรคกลุ่มนี้รุนแรงแล้ว จึงค่อยรักษา

 

คนที่ยังไม่เข้าใจธรรมชาติ ยังฝืน ยังมองไม่เห็นพลังเยียวยาในตัวมนุษย์ที่แท้จริง จะตายไปด้วยโรคเหล่านี้

 

แต่มีตัวอย่างของหลายคนที่ยอม surrender ยอมรับ ยอมแพ้โดยดุษฎี ยอมยกธงขาวว่า ไม่มีทางเอาชนะวิถีทางของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และเป็นผู้สร้างมนุษย์ได้ เขายอมรับความตายเป็นส่วนหนึ่งของหนทางอย่างกล้าหาญ เปลี่ยนความกลัวตาย มาเป็นการวางแผนตาย เขียนพินัยกรรม และทิ้งทุกอย่างที่เคยทำ หันมาอยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่ และกล้าเผชิญหน้ากับความตาย ยอมรับโดยดุษฎีว่า วันหนึ่งต้องตาย และตัดสินใจ “ตายดี”

 

ด้วยวิถีที่ยอมรับแบบ “ยกธงขาว” นี้ และการปฏิวัติวิถีชีวิตอย่างสิ้นเชิงนี้ ส่งผลให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น หลายคนมะเร็งหายไป หลายคนอยู่ได้อีกหลายสิบปีอย่างแข็งแรง ทั้งที่หมอบอกไม่เกินเท่านั้นเท่านี้เดือน

 

นี่ล่ะค่ะ วิธี “ยกธงขาว” ขอพ่ายแพ้แก่ “ธรรมชาติ”

ยอมละทิ้ง ปล่อยวาง ทุกสิ่ง เพื่อทำตามกฎธรรมชาติ

ซึ่งทุกคนที่ได้ “ลองทำ” ก็มีผลลัพธ์เหมือนกันทุกคน

คือชีวิตที่มีสุขภาพดี เปี่ยมด้วยความรัก ความสุข การอยู่กับปัจจุบัน

 

และเขาจะเห็นว่า การละทิ้งสิ่งที่เคยเป็น เคยทำ มันก็ยังคงทำให้เราอยู่ต่อไปได้ และมีความสุขมากกว่าวิถีเดิมเสียอีก…

 

แต่การเป็นสิว ที่ทำให้คนไม่ “ตัดสินใจ” ละทิ้ง “ของเสียเดิมๆ”

เพราะ มันยังไม่ “ถึงชีวิต” นั่นเองค่ะ สัญญาณมันไม่รุนแรงพอ

ที่จะกระทบจิตให้เกิดคำถามต่อการใช้ชีวิตที่ผ่านมา

และก็ปล่อยให้วิถีมันดำเนินต่อไป เป็นสิวกวนใจเรื่อย ๆไม่หาย

แล้วก็บ่นกับตัวเองเหมือนเดิม แต่ก็ยังกินและทำอะไรเหมือนเดิม

 

ทั้งที่ คุณรู้อยู่แก่ใจว่า คุณไม่ชอบวิถีชีวิตแบบนี้

วิถีสิว ๆ แบบนี้ ที่ทำให้คุณตัดโอกาสในชีวิตดี ๆ ในระดับจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็น คู่ครองผิวพรรณดี ๆ การงานดี ๆ ที่เราใฝ่ฝัน ฯลฯ เพียงเพราะ คุณเกลียดผิวพรรณและหน้าตาแบบนี้ของตัวเอง คุณคิดว่าคุณไม่คู่ควรกับโอกาสดี ๆ ก็สมควรที่จะอยู่แบบนี้มันต่อไป

 

นั่นคือ การทำงานโปรแกรมในจิตใต้สำนึกของคนเป็นสิวที่เปลี่ยนแปลงตัวเองไม่เด็ดขาด

 

และคุณยังไม่เห็นว่ามันจะทำให้คุณถึงตาย คุณจึงยังปล่อยมันไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ สิว มีสาเหตุเดียวกับโรคเรื้อรังที่ฆ่าคนตายแบบผ่อนส่งต่าง ๆ ถือว่าเป็นแค่สัญญาณเตือน เป็นน้อง ๆ โรคเหล่านั้น ซึ่งถ้าไม่สนใจ ไม่ใส่ใจจะรักษาให้หาย ก็รอวันที่จะพัฒนาไปเป็นโรคเหล่านั้นได้เลยค่ะ

 

บีมไม่ได้ขู่ให้กลัว แต่พูดถึงสิ่งที่เป็นจริง เพราะถ้าคุณไม่เชื่อ คุณลองไปตรวจร่างกาย คุณจะพบไขมันเลวมากกว่าไขมันดี ค่าตับของคุณจะไม่ปกติ เลือดของคุณจะข้นหนืด หลายคนเป็น PCOS มีซีสต์ในรังไข่ เป็นต้น บีมพูดจากสิ่งที่แฟนเพจที่เคยมาปรึกษาเล่าให้ฟังค่ะ ไม่ได้มโนไปเอง

 

ซึ่งทุกคนที่ได้แก้ไขเรื่องสิว มีผิวดีขึ้น ปัญหาเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองในที่สุด แบบไม่ต้องใช้ยาได้ในที่สุด

 

ดังนั้น ยอมเสียแต่โดยดีเถอะค่ะ

 

ยอมรับว่า คุณไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้

ยอมรับว่า คุณเป็นสิวตอนนี้เพราะคุณทำสิ่งที่ผิดธรรมชาติมานาน

ยอมรับว่า คุณจะต้องตัดสินใจ “ทิ้ง” หากอยากสิวหายขาด

ยอมรับว่า คุณจะต้องยอมทำตามวิถีธรรมชาติทั้งหมดจึงจะหายขาด

ยอมรับว่า คุณจะต้องเปลี่ยนทุกส่วนที่ฝืนธรรมชาติให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ถ้าตั้งใจให้สิวหายขาดจริง ๆ

 

ยอมรับการ “เปลี่ยนแปลงทั้งหมด” ที่จะต้องพบกับความเจ็บปวดในช่วงแรกในระยะของการดีท็อกซ์พิษจากจิต อวัยวะและผิวหนัง ก่อนที่จะมีพื้นที่ว่างในร่างกายและจิตใจรับพลังดี ๆ เข้าไปทดแทน

 

ของเก่าไม่ออก ก็ไม่มีวันที่ของใหม่จะเข้าไปได้

 

ทิ้งความกลัวทุกอย่าง ตัดสินใจเดินหน้าเต็มร้อย รับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพราะมันคือ ผลของอดีตเท่านั้น คุณต้องกล้าหาญมากพอที่จะยอมรับมัน

 

ซึ่งบีมเรียนรู้วิธี “รับความเจ็บปวดและสิ่งที่จะเกิดขึ้น” ระยะแรก ๆ ที่เรียกว่า healing crisis เป็นช่วงร่างกายฟื้นคืนพละกำลังและจัดการกำจัดพิษทุกระบบออกไป จะล้างได้ลึกแค่ไหน ก็อยู่ที่วิธีที่ใช้ว่ามันลึกแค่ไหน ระยะแห่งการ “รับผลแห่งการล้างพิษ” นี้ ก็มีวิธีการรับมืออย่างถูกต้อง เพื่อให้ผ่านพ้นไปด้วยดี ไม่มีพิษตกค้างเป็นอันตรายต่อได้ มีคลิปยาวให้ศึกษาแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวตั้งใจว่าจะเขียนให้เป็นบทความด้วย จะได้อ่านง่าย ๆ

 

สรุปสุดท้าย…

 

“อยากสิวหายขาด เพียงแค่ยอมธรรมชาติแต่โดยดีเท่านั้น”

“ถ้าของเดิมไม่ถูกทำลายหมดสิ้น ของใหม่ก็เข้าไปไม่ได้เต็มที่”

“อยากมีผิวที่ดี ต้องยอมทิ้ง”

 

 

อ่านซ้ำอีกหลาย ๆ รอบนะคะ และเอาไปพิจารณาอย่างละเอียดให้เข้าใจด้วยปัญญาในตัวคุณเอง จนกว่าจะ “ตกผลึก” ค่ะ นี่คือ หนทางออกเพียงหนึ่งเดียวสู่ผิวใสแบบถาวรตลอดกาล

 

หากมีคำถามใด ๆ จากการอ่านบทความนี้

เขียนถามได้ที่คอมเม้นต์นี้เลยนะคะ

บีมจะมาตอบให้ค่ะ

 

 

ด้วยรัก

#บีมซีเคร็ต

เริ่มต้นรักษาสิวอย่างถูกวิธี

เริ่มที่ http://acnefree101.blog

 

จบปัญหาผิวได้แน่ ถ้าแก้เรื่อง “น้ำ”!

 

 

กฎ 20/80 ของพาเรโต เป็นกฎที่ว่าด้วยการมุ่งทำบางสิ่งที่ “สำคัญจริงๆ” ที่จะเป็น “เหตุ” ที่นำไปสู่ “ผล” ที่เราต้องการได้ โดยใช้พลังงานและทรัพยากรน้อยที่สุด ในความจริงของธรรมชาติ คือ เราจะพบว่า สิ่งที่เป็น 20% ของสรรพสิ่ง จะสร้างผลลัพธ์ 80% ได้ คนสำเร็จ จะโฟกัสเพียงส่วนสำคัญ 20% นี้ ซึ่งมันจะสร้างผลถึง 80% ได้ ในขณะที่คนส่วนใหญ่จะวุ่นวายกับการทำสิ่งที่อยู่ในโซน 80% และได้ผลลัพธ์เพียง 20% เท่านั้น 

ซึ่งเป็นหลักที่ครูใช้มาเกือบตลอดชีวิต แต่ไม่รู้ว่ามันเรียกว่ากฎพาเรโต และตั้งใจปรับใช้อย่างตั้งใจ ตั้งแต่ได้พบกับหนังสือที่ชื่อว่า The 80/20 Principle : The Secret to Achieving More with Less โดย Richard Koch ตั้งแต่อยู่ชั้นมหาวิทยาลัย เพราะ เห็นว่าได้ลองใช้แล้วเหมาะกับจริตของตัวเอง และได้ผลลัพธ์คือความสำเร็จหลายอย่างตามที่ต้ังใจไว้จริง ๆ และก็เป็นปรัชญาชีวิตที่นำมาใช้ตลอดกับทุก ๆ เรื่อง ด้วยตระหนักว่า “เวลาชีวิตนั้นสั้น และเวลาเป็นสิ่งที่มีค่า คนที่จะสำเร็จและมีชีวิตที่สมดุลนั้น ต้องเลือกทำแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็พอ” 

ในเรื่องสิวและผิวก็เช่นกัน…

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของชีวิตที่เป็นสิวของครู ตั้งแต่อายุ 11 ปี จนถึง 24 ปี ครูวุ่นวายอยู่กับการหาวิธีการมากมายเพื่อให้สิวเรื้อรัง และผิวที่แก่กว่าวัย หยุดยาไม่ได้ ออกไปจากวงจรชีวิตของครู ซึ่งนั่นคือ การที่เราไม่โฟกัสมากพอถึงจุด 20% ที่จะทำให้ “สิวหายขาด” ได้ เลยต้องอยู่ในวงจร เข้า ๆ ออก ๆ คลินิกและใช้ยาอยู่แบบนั้น แต่เมื่อได้โฟกัสจริงจังกับจุด 20% นี้ และได้พบกับ 10% และไล่เข้ามาเจอจุดสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นเพียง 1 จุดที่จะ “พลิก” สถานการณ์ หรือ “แก้วิกฤติผิว” ได้จริง สิ่งนั้นคืออะไร? ครูกำลังจะเขียนถ่ายทอดที่นี่ที่แรกเลยค่ะ…

จากประสบการณ์ในการแก้ปัญหาสิวและผิวอ่อนแอชนิดเรื้อรังของตัวครูเอง และ ของผู้ที่มาปรึกษามากมายรวมระยะเวลาที่คลุกคลีอยู่กับ “ปัญหาเดียว” นี้มากว่า 8 ปี ครูจึงได้เห็นทั้งภาพกว้าง รายละเอียดที่ลงลึก และการมองปัญหาแบบ Bird-Eyed View คือ เห็นจากทุกมุมที่ค่อนข้างครบว่า ปัญหาสิวและผิวอ่อนแอชนิดเรื้อรังนี้ จุดที่ถือได้ว่าเป็น “จุดพลิก” ของความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและผิวพรรณของทุกคน คือ น้ำ และนั่นคือ ส่วนของ 20% ที่ “ครูตกผลึก” จากประสบการณ์ 8 ปีว่า คือ สิ่งที่ต้องมุ่งเน้นให้ความสำคัญมากที่สุด หากต้องการหายจากสิวอย่างยั่งยืนจริง ๆ ไปพร้อมๆ กับการ “ลดไฟ” เพราะ 2 ธาตุนี้ เป็นธาตุตรงข้ามกัน ซึ่งถ้าต้องการเพิ่มน้ำอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องทำการ “ลดไฟ” ส่วนเกินลงให้ได้ แต่ไม่ให้ลดมากจนเกินขีดสมดุลด้วย ร่างกายจึงจะอยู่ในสภาวะที่มีสุขภาพดี ก็จะสะท้อนมาที่ผิวที่มีสุขภาพดีนั่นเอง เพราะธาตุไฟที่เพียงพอ จะช่วยให้มีการเผาผลาญที่ดี ทำให้ร่างกายสามารถเปลี่ยนอาหารที่กินเป็นพลังงานได้ และกลายไปเป็นส่วนประกอบต่าง ๆ ของร่างกายได้ต่อไป ถ้าขาดไฟ หรือไฟน้อยไปอีก ก็จะทำให้ร่างกายเปลี่ยนอาหารเป็นสารอาหารไม่ได้ และร่างกายไม่ได้รับพลังงานมากพอ ของเสียเหลือตกค้างในลำไส้ กลายเป็นพิษในลำไส้เพิ่มเติมไปอีก

และจากหลักการ “สิ่งเดียว” (The One Thing) ของหนังสือที่มีชื่อว่า “ได้ทุกสิ่งด้วยสิ่งเดียว” โดย Gary Keller & Jay Papasan สำนักพิมพ์ WE LEARN ครูก็จำกัดให้ “หนึ่งเดียว” ที่ทุกคนที่ต้องการรักษาสิวให้หายขาดได้ คือ สมดุลน้ำในร่างกาย นี่คือ หนึ่งเดียวที่ทุกคนที่ต้องการผลลัพธ์เรื่องผิวและสุขภาพที่ดี ต้องมี Strong Focus และวินัยเรื่องนี้เป็นจุดแรก

ปัญหาของการขาดน้ำ จะแสดงออกใน 7 รูปแบบหลักที่สังเกตได้ง่าย ดังต่อไปนี้

  1. ร้อนใน – เป็นอาการที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายในคนทั่วไป อาการร้อนใน เกิดจากระบบภายในร้อน จึงระบายความร้อนออกมาทางผิวหนัง ถ้ามาออกที่ปาก ก็จะเป็นร้อนใน 
  2. สิวอักเสบและรอยแดง – ในคนที่ผิวมีแนวโน้มเป็นสิว เกิดจากระบบภายในร้อน จึงระบายความร้อนออกมาทางผิวหนัง ถ้ามาออกที่ผิวหน้า ก็จะกลายเป็นสิวอักเสบและรอยแดง
  3. สิวอุดตัน – ในคนที่ผิวมีแนวโน้มเป็นสิว เกิดจากตับและถุงน้ำดีร้อน จึงทำให้เกิดนิ่วในตับและถุงน้ำดี ทำให้ตับไม่สามารถระบายของเสียออกจากตับ (เหมือนลำไส้ที่ต้องระบายอุจจาระนั่นเองค่ะ ตับมีทางระบายของเสียที่เกิดจากตัวตับเองและพิษจากอาหาร มลภาวะ ฯลฯ ทางเดียวคือ ท่อน้ำดี) เมื่อตับระบายของเสียออกไม่ได้ ซึ่งของเสียที่ระบายออกมาทางท่อน้ำดีนั้น เป็นของเสียที่ละลายในไขมัน ซึ่งถ้าออกทางท่อน้ำดีไม่ได้ ก็จะหมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือด ทำให้มีไขมันเลววนเวียนอยู่ในเลือด น้ำเหลือง และระบายออกทางผิวหน้า อก หลัง หนังศีรษะ ซึ่งมี “ต่อมไขมัน” อยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง (ผิวหนังเป็นช่องทางหนึ่งของการระบายของเสียค่ะ สิวอุดตันคือของเสียที่ตับระบายออกทางท่อน้ำดีไม่ได้ จึงมาออกที่บริเวณดังกล่าวนั่นเอง เป็นเหตุผลว่าทำไมที่ที่ไม่มีต่อมไขมันหรือมีน้อย เช่น แขน ขา จะไม่มีสิวขึ้น ถ้าคนที่มีสิวที่แขน ขา แสดงว่า พิษตกค้างในตับอยู่ในระดับสูงมาก ๆ)
  4. ท้องผูก – เมื่อร่างกายขาดน้ำ ร่างกายจะดึงน้ำจากอวัยวะที่ถือว่าไม่สำคัญต่อการอยู่รอดเข้ามาหล่อเลี้ยงส่วนสำคัญมากที่สุด เช่น หัวใจ ตับ ปอด ถ้าร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง ก็จะทำให้ไปดึงน้ำจากอุจจาระกลับเข้ามา ทำให้อุจจาระแข็ง และผนังลำไส้เองก็ขาดน้ำไปด้วย ทำให้ไม่ค่อยยืดหยุ่นและปลายประสาทของเซลล์ลำไส้ทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งในการขับถ่ายอุจจาระ จำเป็นต้องอาศัยทั้งการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบและเส้นประสาทที่เซลล์ผนังลำไส้ ที่ล้วนแต่ต้องการน้ำปริมาณมากพอในการขับเคลื่อนให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนและขับถ่ายของเสียได้ดี เมื่อเกิดอาการขาดน้ำ เซลล์ผนังลำไส้จึงอยู่ในสภาพอ่อนแอ เหมือนเซลล์ที่ใกล้ตาย (เพราะร่างกายที่ตายแล้ว น้ำจะเหือดหายไป) จึงทำให้เกิดปัญหาท้องผูก ลำไส้แปรสภาพเป็นถังขยะที่มีแบคทีเรียชนิดเลวอยู่เต็มไปหมด ยังไม่รวมหนอนพยาธิ และพิษจากสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เติบโตอย่างมหาศาลจากสภาพลำไส้เช่นนี้ ทำให้เกิดเป็นวงจรท้องผูก ผนังลำไส้อักเสบ ผนังลำไส้รั่ว (Leaky Gut Syndrom) สิว ฝ้า เครียด หาครีมทา หาอาหารเสริม วน ๆ ไป โดยที่ไม่ได้แก้ต้นเหตุที่แท้จริง คือ เพิ่มน้ำให้กับลำไส้เท่านั้นเอง
  5. รูขุมขนกว้าง – เมื่อเซลล์ผิวขาดน้ำ ไม่ว่าจะเกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ มีความเครียดสะสมต่อเนื่อง (ความเครียดก่อให้เกิดสารพิษ อนุมูลอิสระจำนวนมาก เป็นที่มาของพลังร้อน) การพักผ่อนน้อย หรือ เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความรุนแรงต่อผิว หรือสัมผัสแสงแดดแรง ๆ สะสมมาเป็นเวลานาน ก็จะส่งผลให้เซลล์ผิวเหมือนลูกผลไม้เหี่ยว ๆ เซลล์ที่แห้งเหี่ยว จะไม่อวบอิ่ม จึงทำให้เกิดการรั้งผิวด้านหน้า ดึงลงมาทำให้เห็นรูขุมขนชัดเจนขึ้น 
  6. สิวเสี้ยน และ สิวอุดตัน จากผิวขาดน้ำ – เป็นคนละสาเหตุกับสิวอุดตันจากการระบายของเสียจากตับไม่ได้ เกิดจากการที่ผิวขาดน้ำแล้วท่อรูขุมขนไม่ยืดหยุ่น แข็งกระด้าง แล้วมีปริมาณไขมันเลว (เกิดจากการกินน้ำตาล ของหวาน แป้งขัดขาวไขมันทรานส์ที่มากเกินไป) ที่ร่างกายต้องการระบายออกมาในปริมาณสูง เมื่อไขมันส่งมาระบายที่รูขุมขนที่มีต่อมไขมันอยู่ น้ำมันก็จะออกไม่ได้ดีนัก และการที่ผิวขาดน้ำ จะดึงน้ำจากไขมันออกมา ทำให้ไขมันแข็งตัว กลายเป็นคอมีโดนที่อยู่ใต้ผิว จับแล้วผิวไม่เรียบเนียนนั่นเอง 
  7. หนังศีรษะแห้ง – เสมือนเป็นรังแค แต่ไม่ใช่รังแค เกิดจากภาวะขาดน้ำเช่นกัน ซึ่งทำให้หนังศีรษะไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงเท่าที่ควร เซลล์ที่หนังศีรษะก็จะแห้งลง กลายเป็นคราบ สะเก็ด ที่แม้จะเปลี่ยนแชมพูกี่ยี่ห้อก็ไม่หาย จะใช้วิธีอะไรก็ไม่หาย แม้จะดีขึ้นบ้าง แต่ก็จะมีปัญหานี้รบกวนอยู่เรื่อย ๆ และส่งผลทำให้เป็นหงอกก่อนวัยอันควรด้วย

ทั้งหมดนี้ เกิดจาก “การสังเกต” ตัวครูเองตลอด 8 ปีที่ผ่านมา และเป็นข้อมูลที่ครูสังเกตและเรียนรู้จากเคสที่ครูมีโอกาสได้ดูแลทุกคนค่ะ ก็พบว่า “หนึ่งเดียว” ของการ “พลิก”สุขภาพผิวอย่างรวดเร็ว คือ การดื่มน้ำอย่างถูกวิธี ก่อนเลย ซึ่งเมื่อประกอบกับการใช้ skincare ที่ช่วยให้ผิวกักเก็บน้ำได้ดี ก็จะส่งเสริมให้การบำบัดผิวเห็นผลเร็วยิ่งขึ้น

วิธีดื่มน้ำอย่างถูกต้อง มีดังนี้ค่ะ

  1. หลังตื่นนอน : ค่อย ๆ จิบดื่มไปทีละนิด ถ้าจะให้ดี แนะนำให้เป็นน้ำอุ่นผสมเกลือหิมาลัย (ร้านครูไม่มีจำหน่ายนะคะ หาซื้อเองได้เลย ใน google มีค่ะ) ไปจนครบ 1 ลิตรใน 1 ชั่วโมง (แก้ไขจากข้อมูลเดิมที่ครูเคยบอกว่า ให้ดื่มรวดเดียวไปจนหมดนะคะ ครูทดลองแบบค่อย ๆ จิบดื่มแล้ว ก็ให้ผลดีเหมือนกันค่ะ คนที่ไม่เคยดื่มน้ำตอนเช้า ก็จะสามารถทำได้แน่นอนด้วย เพราะการค่อย ๆ จิบดื่มจะไม่ทำให้รู้สึกอยากอาเจียนเหมือนดื่มรวดเดียวค่ะ)
  2. ก่อนอาหาร 20 นาที ระหว่างมื้อ และหลังกินอาหาร 60 นาที ไม่ควรดื่มน้ำเปล่าเลย เพื่อให้ไฟย่อยอาหารได้ทำงานเต็มที่ ถ้าเรากินอาหารที่รสไม่จัด (รสจัดทำให้เสียสมดุลและร่างกายเรียกร้องให้ดื่มน้ำเพิ่ม เพราะต้องเอาไปเจือจางความล้นเกินของรสชาติที่รับเข้ามา) เราจะไม่รู้สึกว่าต้องดื่มน้ำหลังอาหารเลยค่ะ อยู่ยาว ๆ ได้ถึง 45-60 นาทีเลย 
  3. ระหว่างวัน ให้จิบน้ำอุณหภูมิห้องไปตลอดวันได้เลย หลีกเลี่ยงน้ำเย็นและเครื่องดื่มทุกชนิด ยกเว้นชาสมุนไพรที่ไม่มีคาเฟอีน สามารถดื่มได้ค่ะ โดยให้จิบไปเรื่อยๆ เช่นกัน แต่ไม่ควรเกิน 1 ลิตร เพราะปริมาณที่เหลือให้เป็นน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องจะดีที่สุด
  4. ก่อนนอน : ดื่มน้ำอุณหูมิห้อง 1 แก้ว (250 cc) ถ้าสุขภาพของคุณดี จะไม่ตื่นมาปัสสาวะช่วงก่อนตี 3 ค่ะ ให้พยายามดื่มก่อนนอน 1 แก้วให้ได้ เพราะร่างกายจะไม่มีน้ำไปอีกหลายชั่วโมงตอนนอน และช่วยให้น้ำดีไม่ข้นตอนนอนด้วย น้ำดีข้น มีโอกาสเกิดนิ่ว ดังนั้น ดื่มก่อนนอนด้วยนะคะ จะป้องกันได้ระดับหนึ่ง
  5. หากมีการออกกำลังกาย หรืออบซาวน่า ให้ดื่มน้ำก่อนประมาณ 1 แก้วเอาไว้ เพราะระหว่างกิจกรรม เราจะสูญเสียน้ำได้ตลอด ถ้าออกกำลังกาย ก็สามารถจิบน้ำเพื่อเติมน้ำไปตลอดได้ แต่ไม่ควรดื่มเป็นแก้ว ๆ ระหว่างออกกำลังกายเพราะจะทำให้จุกได้ค่ะ
  6. ควรดื่มน้ำให้ได้ปริมาณ 2 ลิตรขึ้นไปต่อวัน และสังเกตได้เลยว่าร่างกายได้รับน้ำพอหรือยังแบบง่ายมาก ๆ คือ ริมฝีปากจะอิ่มน้ำโดยไม่ต้องพึ่งลิปสติกหรือลิปบำรุงเลยค่ะ (ถ้าใครขาดน้ำ ก็ดูจากปากนี่ล่ะค่ะ)

ทำร่วมกับการใช้ skincare ที่เหมาะสม จะเห็นผลดีเร็วขึ้น

เหตุที่ต้องใช้ skincare ช่วยเพราะ ในช่วงของการปรับตัว การล้างพิษ คือ ปรับระบบภายในของร่างกายนั้น คนที่มีปัญหาสิวและผิวอ่อนแอชนิดเรื้อรัง จะมีการระบายพิษร้อนและไขมันเลวออกมาเกือบตลอดช่วงของ Healing Crisis ซึ่งผิวจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ จนกว่าร่างกายจะระบายพิษและของเสียออกหมด ก็จะเข้าสู่สมดุลเอง ซึ่งทุกคนที่เลือกบำบัดด้วยแนวธรรมชาติ ล้วนต้องผ่านกระบวนการ Healing Crisis นี้ค่ะ ซึ่งครูสอนอย่างละเอียดแล้วที่คลิปนี้นะคะ สามารถเข้าดูได้เองเลย https://youtu.be/6c5MaKlIso8 และการปรับใช้ skincare ที่เหมาะสมกับสภาพผิว ณ ขณะนั้น ๆ เป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผิวเข้าสู่สมดุลได้เร็ว ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ (ถ้าเราไม่ช่วยผิวด้วย skincare และรอให้ระบบภายในปรับอย่างเดียว อาจได้ผลเช่นกัน แต่อาจจะช้าและทำให้ค่อนข้างลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันที่จะต้องไปทำงาน ต้องมีผิวพรรณที่เป็นปกติพบปะผู้คน แต่ถ้าสายแข็ง จะไม่ใช้อะไรเลย ก็สามารถทดลองดูได้เช่นกันค่ะ แต่ครูเคยทำสายแข็งมาก่อนแล้ว พบว่า กระบวนการซ่อมแซมตัวผิวจะช้ากว่าการใช้ผลิตภัณฑ์อยู่มาก ทำให้มีรอยสิวเยอะกว่าปกติ ซึ่งแต่ก่อน ครูเป็นกลุ่มที่ผิวค่อนข้าง sensitive มาก จึงทำให้ใช้ของที่มาจากธรรมชาติสด ๆ ได้น้อยมาก เพราะ การใช้ของสด ไม่ผ่านการสกัดกับผิวที่อ่อนแอ มีโอกาสที่เราจะแพ้บางอย่างในนั้นได้ ซึ่งครูพบปัญหาหลายครั้งในการใช้ของสดและสมุนไพรพอกหน้า ซึ่งสำหรับครูแล้ว การใช้ skincare ที่อ่อนโยน เหมาะสม และปลอดภัย ให้ผลกับผิวของครูดีกว่าค่ะ ซึ่งตรงนี้ ครูคิดว่า เป็นอิสระของเราที่จะเลือกได้เองเลย แต่ถ้าแนวทางของครู คือ ใช้ skincare ค่ะ เพราะมีโอกาสแพ้น้อยกว่าและเห็นผลชัดเจนกว่า

ศึกษาเพิ่มเติมได้อีก ถ้าต้องการ “หายขาด” และ “รู้จริง” เรื่องสิวเพื่อต่อยอดเป็นอาชีพ

หากคุณสนใจแนวทางนี้ ให้ทดลองเรื่องน้ำ ตามที่ครูให้ข้อมูลนี้ไปก่อนเป็นอย่างแรกเลยค่ะ และถ้าต้องการหายขาดจริง ๆ ยังมีอะไรต้องทำอีกหลายสิ่งเพื่อ “ถอนรากสิว” ให้หมดสิ้น ซึ่งสามารถศึกษาได้ที่ http://acnefree101.blog หรือ ศึกษาอย่างละเอียดแบบลึกในคอร์ส Acne Free 101 ได้เลยค่ะ ซึ่งลูกศิษย์ที่ลงเรียน ล้วนมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งต่อเรื่องสิวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะลึกไปกว่าที่เว็บ http://acnefree101.blog เพราะต้องคนที่ตั้งใจจริงๆ เท่านั้น จึงจะเรียนคอร์สนี้ได้คุ้มค่า เพราะ เรียนเนื้อหาเชิงลึก แล้วถ้าได้นำไปใช้อย่างตั้งใจ เมื่อได้ผล ก็สามารถส่งต่อให้กับคนอื่นได้อย่างถูกต้อง การทำตามเบสิคใน http://acnefree101.blog จะทำให้คุณรักษาสิวของตัวเองได้ แต่ถ้าอยากหายขาด รู้ลึก รู้จริง และต่อยอดไปช่วยเหลือคนอื่นได้จริง ทุกสิ่งครูจัดไว้ให้ในคอร์สเรียบร้อยแล้วค่ะเป็นคอร์สออนไลน์ ลงเรียนแล้ว เรียนซ้ำได้ตลอดชีวิต หรือเรียนไม่ทัน ก็เรียนได้เรื่อย ๆ ตามสเต็ปชีวิตของตัวเอง

ครูขออวยพรให้ทุกคนที่ได้เข้ามาเจอเว็บนี้ที่ครูต้ังใจส่งมอบกุญแจไขปัญหา “สิวและผิวอ่อนแอเรื้อรัง” ได้ค้นพบพลังเยียวยาในตัวเอง และสามารถเชื่อมต่อกับพลังนั้น เพื่อบำบัดเยียวยาให้คุณหายขาดจากสิวได้จริง และมีผิวพรรณสดใส สุขภาพดีตลอดไปนะคะ

คุณมี “อิสระ” ในการเลือกเสมอ
จงเลือก “เป็นคุณในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด” นะคะ

ด้วยรักและอยากให้ทุกคนมีความสุขแท้จริงกลับคืนมา

ครูบีม
20 ม.ค. 2561 เวลา 5.30 น.

*** ครูสงวนลิขสิทธิ์บทความนี้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของครูนะคะ อนุญาตให้นำไปใช้เผยแพร่ในเชิงการศึกษาได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่รบกวน refer หรืออ้างกลับมาที่บล็อกนี้ และไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในเชิงการค้า หากไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากครูก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ ***

#BeamSecretSolutions
อันดับ 1 ของผู้บุกเบิกและผู้นำในการจัดการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาสิวและผิวอ่อนแอชนิดเรื้อรังด้วยตัวเองแนวองค์รวมแห่งแรกของประเทศไทย

The 1st & No.1 Pioneer & Leader in Self-Learning System for Chronic Acne & Sensitive Skin Holistic Self-Healing of Thailand